
ขนส่งฯเผยตรวจความพร้อมรถโดยสารและคนขับรถ ณ สถานีขนส่งและจุดจอดทั่วไทย 8,728 คัน สะสมวันที่ 29 ธ.ค.64-ถึง 1ม.ค.65 ตรวจความพร้อมรถโดยสารและคนขับรถแล้ว 36,804 คัน กำชับผู้ประกอบการ พนักงานขับรถ ห้ามเอาเปรียบผู้โดยสาร
2 ม.ค.2565-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงผลดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมีมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถ จุด Checking Point และจุด Rest Area ทั่วประเทศ ล่าสุดวันที่ 1 มกราคม 2565 ตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถแล้ว 8,728 คัน/คน ไม่พบรถบกพร่อง
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 – 1 มกราคม 25565 ตรวจรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถแล้ว 36,804 คัน/คน เน้นย้ำรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถต้องมีความพร้อมในการให้บริการอย่างปลอดภัยทุกคันทุกคน และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินการ ดังนี้
ผลดำเนินการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถก่อนเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด จำนวน 24,575 คัน/คน แบ่งเป็น รถหมวด 1 จำนวน 264 คัน/คน รถหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด) จำนวน 8,704 คัน/คน พบรถบกพร่องไม่พร้อมให้บริการ (GPS ไม่พร้อมใช้งาน) จำนวน 1 คัน (เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2564) และรถหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) จำนวน 11,680 คัน/คน รถหมวด 4 จำนวน 3,729คัน/คน รถ 30 (รถเช่าเหมา) จำนวน 198 คัน/คน
สำหรับผลดำเนินการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ จุด Checking Point 11 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 6,984 คัน/คน แบ่งเป็น รถหมวด 1 จำนวน 7 คัน/คน รถหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด) จำนวน 3,257 คัน/คน รถหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) จำนวน 3,069 คัน/คน และรถหมวด 4 จำนวน 603 คัน/คน รถ 30 (รถเช่าเหมา) จำนวน 48 คัน/คน
ผลดำเนินการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ จุด Rest Area 13 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ขอนแก่น ชัยนาท นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พังงา พิษณุโลก ร้อยเอ็ด ระยอง ลำปาง สงขลา สุรินทร์ และอุดรธานี จำนวน 5,245 คัน/คน แบ่งเป็น รถหมวด 1 จำนวน 19 คัน/คน รถหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด) จำนวน 3,538 คัน/คน รถหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) จำนวน 1,279 คัน/คน และรถหมวด 4 จำนวน 81 คัน/คน รถ 30 (รถเช่าเหมา) จำนวน 328 คัน/คน
นายจิรุตม์ กล่าวว่าในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS จำนวน 256,496 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกำหนด จำนวน 2,318 คัน ส่วนการตรวจสอบการใช้ความเร็ว ด้วยกล้องเลเซอร์บนถนนสายหลักและสายรองที่มุ่งหน้าออกจากกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุกจำนวน 7,610 คัน มีรถที่ขับเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จำนวน 73 คัน
ทั้งนี้หากพบการใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด จะประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย แจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เฉพาะช่วงเทศกาลได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 124 ราย
นายจิรุตม์ กล่าวว่ากรมการขนส่งทางบกเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายทุกรายในทุกกรณีความผิด ประชาชนที่พบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ แจ้งสายด่วน โทร.1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บขส.ร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุดหนุนค่าเดินทาง 60% นั่งรถทั่วไทยเริ่ม 1 มิ.ย.นี้
‘บขส‘เข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’หนุนประชาชนเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สะดวก ประหยัด ปลอดภัย รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 200 บาทต่อวัน เริ่ม 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'จิรุตม์ วิศาลจิตร' กกต.คนใหม่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง ความว่า
เปิดมาตรการช่วยเหลือ รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง ชดเชยให้ตามจริง
ครม. งัดมาตรการ อุ้ม “รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง” ชดเชยให้ตามใช้จริง ลดผลกระทบราคาพลังงาน นายกฯแนะปชช.ใช้รถสาธารณะช่วงสงกรานต์
‘จิรุตม์‘ลาออกประธานบอร์ด รฟท.ฝากสานต่อเมกะโปรเจ็กต์‘ไฮสปีด-ทางคู่‘
‘จิรุตม์‘ ยื่นลาออกประธานบอร์ด รฟท. หลังได้รับความเห็นชอบนั่ง กกต. ย้ำภาคภูมิใจที่ได้ผลักดันโครงการระบบรางขนาดใหญ่ พร้อมเร่งเดินหน้าสานต่อเมกะโปรเจ็กต์ 'รถไฟทางคู่-ไฮสปีด' หนุนเปิดทางเอกชนร่วมใช้ราง แก้ปมขาดทุนสะสม
โหวตประมุขนิติบัญญัติ-สภาบุรีรัมย์? จิรุตม์-มณฑลลุ้นผงาด"กกต."
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง สส.เขต จำนวน 396 คน ไปเมื่อวันพุธ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา และต้นสัปดาห์หน้าจะรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ
สว.สีน้ำเงินโหวต2กกต. ข้อมูลลับ"ป.ป.ช."อาจทำสะดุด!
ขณะที่บทบาทการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก จน กกต.และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ต้องแอ่นอกรับกระสุนตกจากทุกทิศทาง โดยมีงานสำคัญที่ต้องเคลียร์ให้จบตามไทม์ไลน์คือ การรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เพื่อนำไปสู่การเปิดประชุมสภาฯ โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และโหวตนายกรัฐมนตรี

