
‘พาณิชย์’ เผยส่งออก เม.ย.67 มีมูลค่า 23,278.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6.8% กลับมาเป็นบวก หลัง มี.ค. ติดลบ รวม 4 เดือน มูลค่า 94,273.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1.4% ยันขาดดุลการค้าไม่น่าห่วง เหตุเป็นการนำเข้าพลังงาน ที่ราคาสูงขึ้น และส่วนใหญ่นำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ คาด พ.ค. ยังเป็นบวก ได้แรงส่งจากการส่งออกสินค้าเกษตร และผลไม้ ส่วนเป้าทั้งปี ยังคงเดิม 1-2%
23 พ.ค. 2567 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน เม.ย.2567 มีมูลค่า 23,278.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.8% กลับมาเป็นบวก หลังจากเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ติดลบครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 834,018 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 24,920.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.3% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 903,194 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 1,641.7 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 69,176 ล้านบาท รวม 4 เดือน ของปี 2567 (ม.ค.-เม.ย.) การส่งออก มูลค่า 94,273.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.4% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 3,338,028 ล้านบาท การนำเข้า มูลค่า 100,390.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.9% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 3,595,217 ล้านบาท ขาดดุลการค้า 6,116.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 257,190 ล้านบาท
สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 2% โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 12.7% แต่สินค้าเกษตร ลด 3.8% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ ข้าว ยางพารา อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เครื่องดื่ม ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และสิ่งปรุงรสอาหาร ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ทั้งนี้ 4 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.8%
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 9.2% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน แผงวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ทั้งนี้ 4 เดือนของปี 2567 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 1.8%
ทางด้านตลาดส่งออกสำคัญ ส่วนใหญ่กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลัก เพิ่ม 6.7% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 26.1% CLMV เพิ่ม 5.1% อาเซียน (5) เพิ่ม 3.7% และสหภาพยุโรป (27) เพิ่ม 20.2% แต่จีน ลด 7.8% และญี่ปุ่น ลด 4.1% ตลาดรอง เพิ่ม 14.4% โดยตลาดทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 18.6% เอเชียใต้ เพิ่ม 13% ตะวันออกกลาง เพิ่ม 17.8% แอฟริกา เพิ่ม 32.1% ลาตินอเมริกา เพิ่ม 41.9% รัสเซียและกลุ่ม CIS เพิ่ม 8.6% แต่สหราชอาณาจักร ลด 33.7% ตลาดอื่น ๆ ลด 68.5% อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ลด 79.3%
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออก เดือน พ.ค.2567 คาดว่าจะยังคงขยายตัวเป็นบวกได้ต่อเนื่อง โดยสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าว ยางพารา จะยังส่งออกได้ดี และผลไม้ จะเป็นเดือนที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้น หลังผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และไตรมาส 2 ทั้งไตรมาส น่าจะเป็นบวกได้ 0.8-1% มีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว เงินเฟ้อเริ่มเบาลง ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของหลายประเทศ มีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตร เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร แต่ยังต้องจับตาปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ต่อไป เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกได้ ส่วนการขาดดุลการค้า เจาะลึกดูแล้ว เป็นการขาดดุลจากการนำเข้าสินค้าพลังงานที่ราคาสูงขึ้น แต่มีข้อดี คือ การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ รวมกันถึง 66% ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการผลิตและส่งออกในอนาคต และเป้าหมายทั้งปี ยังคงยืนยันที่ 1-2% เหมือนเดิม ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกเดือน พ.ค.2567 คาดว่า จะยังคงขยายตัวได้ดี เพราะสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าว ยางพารา และผลไม้ ที่จะกลับมาส่งออกได้ดีขึ้น จะช่วยผลักดันมูลค่าการส่งออก และสินค้ากลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ก็จะยังเติบโตได้ดี โอกาสที่การส่งออกของเดือน พ.ค.และ มิ.ย. น่าจะทำได้ 24,500 ล้านเหรียญสหรัฐ มีโอกาสเป็นไปได้ และไตรมาส 2 จะขยายตัวได้ที่ 1% แต่ก็ต้องจับตาปัญหาความตึงเครียดในทะเลแดง และค่าระวางเรือ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นต้นทุนต่อการส่งออก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่งออกอัญมณีฯเดือนมี.ค.พุ่ง 106.25% ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มี.ค.69 ไม่รวมทองคำ 2,150.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 106.25% หลังได้แรงส่งจากความต้องการของหลายตลาด ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ยังคงลดลง ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% คาดแนวโน้มชะลอตัว หลังมีสัญญาณชัด ทั้งปัญหาตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไม่โต บาทแข็ง
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ เช็ก 'ไทยช่วยไทย' ขายของถูก
นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ 'ไทยช่วยไทย X Local Low Cost' ดันสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%

