Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย มองดัชนีผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว

Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แนะเพิ่มน้ำหนักการลงทุน รับสถานการณ์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว เสริมความเชื่อมั่นผู้ลงทุน อีกทั้งเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว จากการเบิกจ่ายงบประมาณ การส่งออก และการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น

7 ก.ย. 2567 – ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) เปิดมุมมองการลงทุนของเดือนกันยายน 2567 ว่า  ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น หลังเหตุการณ์ Black Monday ที่ตลาดหุ้นถูกเทขายออกมาอย่างรุนแรงในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  ซึ่งมองไปข้างหน้า ยังคงมุมมองเดิมว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอลง และเดินหน้าไปสู่ภาวะ Soft Landing   โดยตลาดมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล ที่ส่วนใหญ่เดือนกันยายนเป็นเดือนที่ตลาดมีความผันผวนมากที่สุด ประกอบกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเริ่มใกล้เข้ามาทุกที และยังมีความไม่แน่นอนว่าใครจะเป็นผู้ชัยชนะในการเลือกตั้งในรอบนี้

ทั้งนี้ ในเดือนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มวัฏจักรการลดดอกเบี้ย เป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาดไม่ให้ปรับตัวลงแรงจนเกินไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ Valuation ค่อนข้างตึงตัว รวมทั้งปัจจัยฤดูกาล อาจทำให้ Upside ค่อนข้างจำกัด  จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนรอจังหวะในช่วงที่ตลาดมีการปรับฐาน ในการทยอยเข้าลงทุน

สำหรับสินทรัพย์ที่ Krungthai CIO ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าสนใจลงทุน คือ ตลาดหุ้นไทย เนื่องจากมองว่าดัชนีได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว  โดยได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากปัจจัยภายในประเทศ และภายนอกประเทศ เช่น เสถียรภาพทางการเมืองเริ่มดีขึ้น การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดมั่นใจว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เช่น นโยบายดิจิทัลวอตเล็ตของรัฐบาลดำเนินต่อไปได้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่เริ่มปรับดีขึ้น การส่งออกฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับและน่าจะกลับมาขยายตัวได้จากปีก่อน รวมทั้ง การท่องเที่ยวกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน   ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชน ด้านนโยบายการเงินก็อยู่ในวัฎจักรขาลง  อีกทั้ง ตลาดหุ้นไทยยังมีเม็ดเงินจากกองทุนวายุภักษ์คอยหนุนตลาดอีกด้วย

ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ มองว่าการที่เฟดเริ่มวัฏจักรการลดดอกเบี้ย อาจทำให้ค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าแรง ช่วยลดแรงกดดันจากค่าเงิน ทำให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติชะลอตัว หรือพลิกกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกรอบ ในด้านราคาตลาดหุ้นไทยถือว่าไม่แพง แนวโน้มผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะทยอยฟื้นตัวในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น การลงทุนในกองทุนผสม เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ Krungthai CIO มองว่าเหมาะสมกับสถานการณ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เคทีซีแจ้งปี68กำไร 7,782 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล ขยายฐานสมาชิก

'เคทีซี'เผยผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิ 7,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากปี 2567 พร้อมรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อรวม 1.12 แสนล้านบาท NPL อยู่ในกรอบเป้าหมาย ลั่นปี69 เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล ขยายฐานสมาชิกท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

'แบงก์กรุงเทพ' เปิด 5 เมกะเทรนด์พลิกความท้าทาย รู้ทันเกมเศรษฐกิจโลก

ธนาคารกรุงเทพ เปิด 5 เมกะเทรนด์ กำหนดอนาคตอาเซียนยุคใหม่ ทั้งความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กระแสการค้าโลก เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร แนะคว้าโอกาสสำคัญผ่านการสร้างความร่วมมือ หนุนภูมิภาคอาเซียนเติบโตสู่ดาวเด่น พร้อมดึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำของโลก แชร์มุมมองแนวคิด และกลยุทธ์สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

‘โกลเบล็ก’ชี้ SET ผันผวนไร้ทิศทาง

โกลเบล็ก ประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้ยังผันผวนไร้ทิศทาง ขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค. ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนจากยุบสภาและปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ด้านราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่อง จากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230–1,280 จุด