
‘คมนาคม’เปิดตัวเลขประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ รถยนต์เข้า – ออกกรุงเทพฯ พุ่งกว่า 17 ล้านคัน สั่งหยุดงานก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2’หวังประชาชนเดินทางสะดวก
5 ธ.ค.2567-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วง เทศกาล ปีใหม่ 2568 ซึ่งมี วันหยุดราชการ ติดต่อกันหลายวัน กระทรวงฯ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากเกิดโควิด-19 โดยคาดว่าจะมีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลปริมาณการจราจรเข้า – ออก กรุงเทพฯ รวม 17,373,272 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16 ล้านคัน แบ่งเป็น ทางหลวงสายหลัก และมอเตอร์เวย์ 7,255,500 คัน และทางพิเศษ 10,117,772 คัน
ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทาง ทั้งรถโดยสาร รถไฟ เรือ และเครื่องบิน รวม 17,002,845 คน-เที่ยว แบ่งเป็น การเดินทางภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 12,852,356 คน-เที่ยว ระหว่างจังหวัด 2,300,661 คน-เที่ยว และระหว่างประเทศ 1,849,828 คน-เที่ยว
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล ปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 – 2 ม.ค. 2568 รวม 7 วัน ภายใต้หัวข้อการรณรงค์ “เทศกาลความสุข ทุกที่ทั่วไทย เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม” ซึ่งตั้งเป้าหมายให้การเกิดอุบัติเหตุของระบบขนส่งสาธารณะต้องเป็นศูนย์ โดยให้ทุกหน่วยงานดำเนินการใน 3 มาตรการ ได้แก่
- มาตรการและแผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล โดยประชาสัมพันธ์แนะนำประชาชนให้มาใช้ถนนสายรอง เพื่อลดปริมาณจราจรที่หนาแน่นบนถนนสายหลัก นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาล
- มาตรการและแผนรองรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทุกโหมดการเดินทาง โดยเฉพาะการเกิดอุบัติเหตุของระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีการตรวจสอบความพร้อมในทุกมิติ
- การเตรียมการรองรับจราจรในช่วง Countdown ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดทำแผนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เตรียมพื้นที่จอดรถ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชน รวมถึงการระบายคนกลับบ้านด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
“กระทรวงฯ มั่นใจว่าช่วงปีใหม่นี้จะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ซึ่งได้เชิญชวนให้ประชาชนจองการเดินทางล่วงหน้า ทั้งในส่วนของ บขส. เพื่อให้มีการเตรียมรถโดยสารให้เพียงพอ ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบิน ได้ประสานกับสายการบินเพิ่มเที่ยวบิน โดยนำเครื่องบินจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งการนำเข้าเครื่องบินจะมาพร้อมนักบิน โดยเรื่องนี้กระทรวงฯ ได้ประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อขออนุมัตินำนักบินต่างชาติเข้ามาทำการบินชั่วคราว ได้รับการอนุมัติจาก ครม.แล้ว”นายสุริยะ กล่าว
สำหรับ ของขวัญปีใหม่ 2568 ที่จะมอบให้ประชาชนในการเดินทางอย่างสะดวกตลอดวันหยุด 8 วัน ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2567 – 2 ม.ค. 2568 อาทิ การเปิดให้ประชาชนใช้บริการมอเตอร์เวย์ M7 กรุงเทพฯ – บ้านฉาง และ M9 ฟรี พร้อมเปิดให้ทดลองใช้บริการมอเตอร์เวย์ M81 ตลอดเส้นทาง ช่วงบางใหญ่ – กาญจนบุรี และ M6 สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา จะเปิดบริการช่วง อ.ปากช่อง – ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา รวมทั้งยกเว้นค่าผ่านทางทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก เป็นต้น
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ในช่วงปีใหม่ 2568 กระทรวงฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่มีโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง หยุดงานก่อสร้างในส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะโครงการบนถนนพระราม 2 ให้หยุดการก่อสร้างตลอด 8 วัน เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
'สุริยะ' จ่อบินเจรจารัฐมนตรีเกษตรมาเลเซีย หวังปลดล็อกคำสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย
'สุริยะ' ยันไม่นิ่งนอนใจ 'มาเลเซีย' สั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ เตรียมบินเจรจารัฐมนตรีเกษตรมาเลเซีย หวังปลดล็อกคำสั่งระงับ ชี้เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย เชื่อจบได้ในระดับนโยบาย

