
โฮมโปร ได้รับรางวัลความยั่งยืนติดอันดับ Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จาก S&P Global และได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในงาน S&P Global Sustainability Yearbook Distinction Ceremony 2025 จากการประเมินความยั่งยืนขององค์กรกว่า 7,690 บริษัท ใน 62 อุตสาหกรรมทั่วโลกที่เข้าร่วมประเมินความยั่งยืนองค์กร
22 พ.ค. 2568 – นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า รางวัลแห่งความยั่งยืนจาก S&P Global คือ หลักฐานที่ชัดเจนว่าโฮมโปรได้ผนวกเอาแนวคิดและกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนเข้าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนตามเป้าหมาย ‘We Make a Better Living’ อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การดำเนินงานที่ครอบคลุมตามหลัก ESG ที่ประกอบไปด้วย
ด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental) โฮมโปรได้ให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมุ่งพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้า ECO Product, ECO Choice และกลุ่มสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน หรือ Circular Products ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ร่วมกับปลุกจิตสำนึกด้านการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ผ่านโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ ซึ่งโฮมโปรจะช่วยนำของเก่าที่ไม่ใช้แล้วไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ด้วยการแปรสภาพซากเครื่องใช้ไฟฟ้าไปรีไซเคิลผลิตเป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น, พัดลม ฯลฯ เพื่อลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอย่างจริงจังของเป้าหมาย Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 อีกด้วย
ด้านการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนและสังคม (Social) โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย พร้อมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม ให้พนักงานทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านโครงการฝึกอบรมต่างๆ ที่ช่วยสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โฮมโปรมุ่งยังพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ผ่านสินค้าและบริการเรื่องบ้านที่ครบวงจร เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ
ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล (Governance) โฮมโปรได้ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เน้นบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โฮมโปรได้ร่วมมือคู่ค้าที่มีจริยธรรม เพื่อให้การจัดหาสินค้ามีมาตรฐานและไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม รวมถึงยังมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการทำงาน เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาด อีกทั้งบริษัทยังให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ความสำเร็จจากการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) และอยู่ใน Sustainability Yearbook อย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่สะท้อนความตั้งใจและความมุ่งมั่นของโฮมโปร ในการยกระดับองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โฮมโปรจะมุ่งขับเคลื่อนแนวทาง ESG ที่ดีขึ้น ด้วยความตั้งใจจริงในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในทุกระดับขององค์กร ตามเป้าหมายสร้างสิ่งแวดล้อมดี (Better Environment), สังคมดี (Better Society) และธุรกิจดี (Better Business) เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทุกคนให้เป็นจริงในทุกมิติของการดำเนินงาน” นายรักพงศ์ กล่าวปิดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 71 ใช้มาตรฐานโลกยกเครื่องเศรษฐกิจ-ราชการ-การศึกษา
รัฐบาลเดินหน้าไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ตั้งเป้าปี 2571 มอบ 34 หน่วยงานเร่งปรับกฎหมาย-นโยบายตามมาตรฐานสากล ชูผล PISA 2025
มีลุ้น‘ไทยพลัส’ต่อ1-2ด.
“เอกนิติ” บอกกำลังพิจารณาไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 อยู่ แย้มอาจได้ 1-2 เดือน ขอดูสภาพเศรษฐกิจก่อน “สุรศักดิ์” เผยชง ครม. 22 ก.ย.นี้ไทยเที่ยวไทยพลัส รฟท.ยันแอร์พอร์ตลิงก์ไปต่อหลัง 30 ก.ย.
'AMRO' ชี้สัญญาณบวกเศรษฐกิจไทย มั่นใจนโยบายดึงลงทุน หนุนจีดีพีโตต่อเนื่อง
‘AMRO’ มองเศรษฐกิจไทยพื้นฐานแกร่ง ประเมิน GDP ปี 69-70 ขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.4% มองทิศทางนโยบายเ
'ธนฑิตย์' ดัน IMT-GT เชื่อมเศรษฐกิจ 3 ชาติ เปิดตลาดสินค้าไทย-เพิ่มรายได้ภาคใต้
“ธนฑิตย์” ร่วมประชุมรัฐมนตรี IMT-GT ครั้งที่ 32 ที่อินโดนีเซีย เดินหน้าเชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ผลักดันก

