‘คมนาคม’ ตรวจเข้มจุดบริการประชาชน รับคนเดินทางกลับสงกรานต์

‘รมช.คมนาคม’ ลงพื้นที่คุมเข้มจราจร รับคนเข้า กทม.ย้ำ 3 มาตรการหลัก ‘วินัยจราจร-สภาพรถ-ระบายรถ’ ดูแลความปลอดภัย 24 ชม.ขบ. กำชับ ผู้ประกอบการและพนักงานขับรถต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ‘เจ้าท่า’ตรวจท่าเรือ ลดเสี่ยงอุบัติเหตุช่วงเทศกาล

15 เม.ย. 2569 – นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ศูนย์บริการทางหลวงชัยนาท และจุดอื่นๆอีกหลายจุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้ตรวจสอบระบบมอนิเตอร์การจราจรแบบ Real-time เพื่อประเมินปริมาณรถและบริหารจัดการเส้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การกวดขันวินัยจราจร ,การตรวจเช็คสภาพรถ และการเร่งระบายรถในจุดคับคั่ง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากวันนี้จะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนเส้นทางสายหลักหนาแน่น จึงได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการจราจรอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ได้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเวลาส่วนตัวในช่วงเทศกาลมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน ความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนนคือเป้าหมายสูงสุดของเรา และยังได้มอบน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแวะพักรถและขอรับบริการได้ที่จุดบริการทั่วประเทศ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย สะดวก และไร้รอยต่อ

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบวน.) กล่าวว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด, จุดChecking Point และ Rest Area รวม 219 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 19 เม.ย. 2569 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตขับรถและไม่หมดอายุตรวจความพร้อมด้านร่างกายและการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

“ได้จัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ สำหรับผลการดำเนินการตรวจความพร้อม ในวันที่ 13 เมษายน 2569 ตรวจรถโดยสารสาธารณะแล้ว 13,053 คัน พบรถบกพร่อง 7 คัน สั่งเปลี่ยนรถ 1 คัน ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการแล้วทุกคัน ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถจำนวน 13,053 รายไม่พบพนักงานขับรถบกพร่อง”นายสรพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS จำนวน 46,315 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 121 คัน ผลตรวจสอบการใช้ความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 1,893 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 5 คัน กรมการขนส่งทางบกจะประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะแล้ว ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จำนวน 33 เรื่อง โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับได้แก่ ขับรถประมาท/น่าหวาดเสียว ไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถ และผู้ประจำรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ/แต่งกายไม่เรียบร้อย กรมการขนส่งทางบกจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถแจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ณ ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยมีนายปรีชา เพชรเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบาย “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดช่วงวันหยุดเทศกาล

ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเทียบเรือ คนประจำเรือ และอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ เสื้อชูชีพ ให้มีความพร้อมใช้งานก่อนออกเรือทุกครั้ง พร้อมกำชับผู้ควบคุมเรือให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพสารเสพติดขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ อีกทั้งได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดผู้ควบคุมเรืออย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความเสี่ยง และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลให้สูงสุด

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยทางน้ำ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณตลาดน้ำอัมพวา และตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยเน้นย้ำการบริหารจัดการจราจรทางน้ำ การดูแลนักท่องเที่ยว และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งตลอดช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้กำชับหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากมีปริมาณการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อให้การเดินทางทางน้ำเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยสูงสุด หากประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งสายด่วนกรมเจ้าท่า โทร. 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

’สรรเพชญ‘ถกหน่วยงานแก้ปมถมทะเลแหลมฉบังเฟส 3

‘สรรเพชญ’นั่งหัวโต๊ะ หารือร่วม กทท.-ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรม-ที่ปรึกษากฎหมาย ถกปัญหางานถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3 หลังส่งมอบงานล่าช้า ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยึดหลักวิชาการ สร้างความเชื่อมั่นทุกภาคส่วนพร้อมเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญหนุนระบบโลจิสติกส์ประเทศ

'สิริพงศ์' ยันแลนด์บริดจ์ใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคอคอดกระ

'สิริพงศ์' เผย คค.พร้อมนำผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'สนข.' ร่วม คกก. 'เอกนิติ' ประกอบการตัดสินใจ ระบุ ผลศึกษาใหม่รวมระบบขนส่งท่อก๊าซ-น้ำมันด้วย ยันโครงการใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคลองไทย

'สิริพงศ์' ชี้เหตุสงครามตะวันออกกลาง ทำรัฐบาลต้องผลักดัน 'แลนด์บริดจ์'

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองรัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า

‘พิพัฒน์‘ยันแลนด์บริดจ์คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ปูพรมลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชน

‘พิพัฒน์’ปักหมุดลุยลงพื้นที่ ‘ชุมพร–ระนอง’ 8 พ.ค. นี้ สแกนความพร้อมแจ้งเกิดแลนด์บริดจ์ วงเงินลงทุน 1 ล้านล้าน พร้อมปูพรมเดินหน้ารับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่รอบด้าน ย้ำโครงการมีคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลั่นเปิดทางเอกชนลงทุน เดินหน้าเร่งกฎหมาย SEC ขับเคลื่อนการลงทุน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2573

ทีมงาน 'กัน จอมพลัง' พาคนเจ็บแจ้งความเอาผิด 'เบิร์ด วันว่างๆ' เล่นสงกรานต์พิเรนป้ายกาวยาแนว

จากกรณีที่ เบิร์ด วันว่างว่าง อินฟลูฯ มีชื่อ โพสต์คลิปไปเล่นสงกรานต์ที่พระประแดง แต่กลับใช้ยาแนวตราจระเข้มาแทนแป้งดินสอพอง ละลา