
7 ก.ย.2569-ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ความกลัวและความหวังของคนไทย: ประเทศไทยที่คนสามกลุ่มกำลังมองหา” เนื้อหาระบุว่า ประเทศไทยวันนี้อาจเป็นประเทศเดียวกัน แต่ในความรู้สึกของผู้คนกลับมีหลายหน้า คนรวย กังวลว่าสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิตจะยังอยู่กับครอบครัวและลูกหลานหรือไม่ คนชั้นกลาง กังวลว่าชีวิตที่พยายามสร้างขึ้นจะพังลงเมื่อใด และลูกจะมีชีวิตที่ดีกว่าพ่อแม่หรือไม่ คนจน ถามคำถามที่เรียบง่ายแต่เจ็บปวดว่า “เมื่อไรชีวิตจะมีทางออกเสียที” ทั้งสามกลุ่มแตกต่างกัน แต่มีความต้องการร่วมกัน คือ ความมั่นใจว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้
นี่คือโจทย์สำคัญของรัฐบาล ไม่ใช่เพียงทำให้เศรษฐกิจโต แต่ต้องทำให้คนไทย กลัวน้อยลงและมีความหวังมากขึ้น
1. คนรวย: กลัว “เสียการควบคุม” และหวัง “ส่งต่อ”
คนรวยไม่ได้กลัวความจนเป็นหลัก เพราะมีทรัพยากรรับมือกับความผันผวนได้มากกว่า แต่ความกลัวที่ลึกกว่าคือ การสูญเสียการควบคุมชีวิตและอนาคต กลัวธุรกิจที่สร้างมาทั้งชีวิตได้รับผลกระทบจากกติกาที่เปลี่ยนแปลง กลัวทรัพย์สินลดลง และกลัวความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่สำคัญที่สุดคือ กลัวว่า สิ่งที่สร้างมาจะส่งต่อให้ลูกหลานไม่ได้ ดังนั้นความหวังของคนรวยจำนวนมากจึงไม่ใช่เพียง “รวยขึ้น” แต่คือ “ขอให้สิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต สามารถดำรงอยู่และส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้”
รัฐบาลจึงต้องสร้าง กติกาที่แน่นอน เป็นธรรม และคาดการณ์ได้ ลดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ และทำให้การแข่งขันเป็นธรรม
ประเทศไทยที่คนรวยต้องการคือ ประเทศที่ กติกาไม่เปลี่ยนตามอำนาจทางการเมือง และความสำเร็จไม่ขึ้นอยู่กับเส้นสาย
ขณะเดียวกัน ความมั่งคั่งต้องมีส่วนสร้างประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับคนบางกลุ่ม
2. คนชั้นกลาง: กลัว “ตกชั้น” และหวัง “ความมั่นคง”
คนชั้นกลางอาจเป็นกลุ่มที่รู้สึกเปราะบางที่สุด มีบ้านก็มีหนี้ มีรถก็มีภาระ มีลูกก็มีค่าเล่าเรียน มีงานก็กลัวตกงาน มีเงินออมก็กลัวค่ารักษาพยาบาล และเมื่ออายุมากขึ้นก็ถามว่า “ถ้าวันหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะอยู่ได้หรือไม่?” ความกลัวสำคัญที่สุดคือ “กลัวตกชั้น” กลัวว่าความพยายามตลอดชีวิตจะไม่เพียงพอรักษามาตรฐานชีวิตของครอบครัว และเจ็บปวดที่สุดเมื่อรู้สึกว่า ลูกอาจไม่ได้มีชีวิตที่ดีกว่าพ่อแม่ ความหวังจึงเป็น “ขอให้ชีวิตมั่นคง และลูกมีอนาคตที่ดีกว่าเรา”
รัฐบาลต้องสร้าง “ระบบประกันการตกชั้น” ไม่ใช่เพียงแจกเงิน แต่ทำให้คนที่ทำงานและรับผิดชอบสามารถรักษาและยกระดับชีวิตได้ สิ่งสำคัญคือ งานที่มีคุณภาพ + รายได้เติบโต + การศึกษาที่ดี + บ้านที่เข้าถึงได้ + การรักษาพยาบาล + ระบบเกษียณ + การลดภาระหนี้ คนชั้นกลางไม่ได้ต้องการให้รัฐเลี้ยงดูตลอดชีวิต แต่ต้องการหลักประกันว่า “ถ้าฉันพยายาม ฉันจะไม่ถูกความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวผลักให้ตกลงไปข้างล่าง”
3. คนจน: กลัว “ไม่มีทางออก” และหวัง “หลุดพ้น”
สำหรับคนจน ความกลัวอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด—ค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมลูก ค่ากินอยู่ หนี้ การเจ็บป่วย หรือการไม่มีงานทำ
ความยากจนจึงไม่ใช่เพียง “มีเงินน้อย” แต่คือ “ไม่มีพื้นที่ให้ชีวิตผิดพลาด” คนมีเงินผิดพลาดครั้งหนึ่งยังเริ่มใหม่ได้ แต่สำหรับคนจน ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงหนี้เพิ่ม ลูกหยุดเรียน หรือขายทรัพย์สินชิ้นสุดท้าย ความกลัวที่ลึกที่สุดคือ
“กลัวว่าไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ชีวิตก็ไม่มีทางออกจากความจน” ความหวังสูงสุดคือ “ขอเพียงมีโอกาสที่จะหลุดพ้นจากความจนด้วยความสามารถของตัวเอง”
ดังนั้นนโยบายสำหรับคนจนไม่ควรหยุดที่การสงเคราะห์ แต่ต้องเปลี่ยนจาก “ช่วยให้รอดวันนี้” เป็น “สร้างความสามารถให้รอดได้ในวันพรุ่งนี้” สิ่งที่ต้องให้คือ ทักษะ + งาน + ทุน + ตลาด + ทรัพย์สิน + การศึกษาของลูก เป้าหมายคือ “เกิดจนไม่ใช่ชะตากรรมตลอดชีวิต” สามชนชั้น สามความกลัว สามความหวัง กลุ่ม – ความกลัว – ความหวัง คนรวย – เสียการควบคุม – ส่งต่อ คนชั้นกลาง – ตกชั้น – มั่นคง คนจน – ไม่มีทางออก – หลุดพ้น แต่ลึกลงไป ทั้งสามกลุ่มกำลังถามรัฐบาลด้วยคำถามเดียวกันว่า “ประเทศไทยจะทำให้ชีวิตของฉันและครอบครัวมีอนาคตที่มั่นคงกว่าวันนี้ได้หรือไม่?” นี่คือคำถามที่รัฐบาลต้องตอบด้วยระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ประชาชนสัมผัสได้จริง
รัฐบาลควรทำอย่างไร? รัฐบาลที่ดีไม่ควรมีเป้าหมายเพียง “ทำให้ประเทศโต” แต่ต้องทำสองเรื่องพร้อมกัน: 1. ลดความกลัว
2. เพิ่มความหวัง หนึ่ง — สร้าง “กติกาที่คนรวยไว้ใจ” สร้างกฎหมายและนโยบายที่แน่นอน ลดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ปฏิรูประบบราชการและการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้เป็นธรรม เป้าหมายคือ “คนมีทุนกล้าลงทุน เพราะเชื่อในกติกา ไม่ใช่เพราะมีเส้นสาย” สอง — สร้าง “บันไดสำหรับคนชั้นกลาง” ทำให้คนที่ทำงานและสร้างครอบครัวสามารถยกระดับชีวิตได้ ผ่าน
รายได้และผลิตภาพแรงงาน + ทักษะใหม่ + การศึกษาคุณภาพ + ที่อยู่อาศัย + ระบบบำนาญ + การลดหนี้ + การดูแลครอบครัว เป้าหมายคือ “ทำงานแล้วชีวิตต้องดีขึ้น ไม่ใช่ทำงานมากขึ้นแต่กลับอยู่กับที่” สาม — สร้าง “ทางออกจากความจน”
รัฐต้องลงทุนกับคนจนอย่างตรงจุด ไม่ใช่เพียงให้เงิน แต่ต้องให้ ทักษะ + งาน + ทุน + ตลาด + ทรัพย์สิน + การศึกษา โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวยากจน เพราะการตัดวงจรความจนต้องเริ่มก่อนที่จะส่งต่อจากพ่อแม่ไปสู่ลูก เป้าหมายคือ
“เกิดจนไม่ใช่ชะตากรรมตลอดชีวิต”
สุดท้าย: รัฐบาลต้องเปลี่ยน “ความรู้สึกของประเทศ”
ประเทศไม่ได้เข้มแข็งเพราะ GDP สูงเพียงอย่างเดียว ประเทศเข้มแข็งเมื่อคนรวยไม่ต้องกลัวว่าความสำเร็จจะสูญหาย คนชั้นกลางไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงไปข้างล่าง และคนจนไม่ต้องรู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางออก นี่ควรเป็นเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลไทย ไม่ใช่เพียงการสร้าง “เศรษฐกิจที่เติบโต” แต่คือการสร้าง “ประเทศไทยที่คนไทยมีเหตุผลที่จะหวัง” เพราะท้ายที่สุด การเมืองที่ดีไม่ใช่การทำให้ประชาชนทุกคนมีฐานะเท่ากัน แต่คือการทำให้ทุกคนรู้สึกว่า “ถ้าฉันพยายาม ชีวิตฉันมีโอกาสดีขึ้น ถ้าฉันล้ม ฉันยังมียังโอกาสลุกขึ้น และลูกของฉันยังมียังมีอนาคตที่ดีกว่าฉัน”
นี่คือความหวังพื้นฐานที่รัฐบาลต้องคืนให้กับคนไทยทุกชนชั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเคลียร์ดรามา 'รถเกี่ยวข้าว' 16 ล้าน แค่ศึกษา พร้อมฟังเสียงท้วงติง
รัฐบาลเคลียร์ปม 'รถ EV 16 ล้าน' กรมการข้าวยันยังไม่ใช่ราคาจัดซื้อ ย้ำโครงการยังอยู่ขั้นศึกษา ต้องผ่านกลั่นกรองทุกระดับ ชี้งบทุกบาทต้องคุ้มค่าและตอบโจทย์ชาวนา
35 ปี 'IMF–World Bank' ในไทย จาก 'ยุคทองศก.' สู่ 'ผู้ป่วยแห่งเอเชีย'
'กรณ์' ชี้ 35 ปี ประชุม IMF–World Bank ในไทย จาก 'ยุคทองเศรษฐกิจไทย' สู่ 'ผู้ป่วยแห่งเอเชีย' เตือนดอกเบี้ยต่ำบดบังความเสี่ยง-ขาดปัจจัยโตระยะยาว
กทม. เหลือท่วม 1 จุด รับมือฝนรอบใหม่ 13-16 ต.ค. ตกหนักเย็นถึงค่ำ
รัฐบาลแจงอยุธยาน้ำเริ่มลด ส่วน กทม. ปรับเหลือ 8 เขตอุทกภัย ท่วมถนน 1 จุด ใต้สะพานคลองสามวา คาดเคลียร์พื้นที่จบสัปดาห์นี้ อุตุฯ เตือน 13-16 ต.ค. ฝนเพิ่มขึ้น กรุงเทพฯ ตกหนักเย็นถึงค่ำ
5วันเยอะไป! นายกฯ ชี้ซักฟอกเดือนต.ค.โอเค เชื่อใจ 'เพื่อไทย' ไม่มีวันปล่อยมือ
‘อนุทิน’ บอกซักฟอกเดือนต.ค.เวลาโอเค มอง 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้าภท. ไม่ทำให้รัฐบาลแตก เชื่อใจเพื่อไทยไม่มีวันปล่อยมือ
รัฐบาลตั้งทีมรับมือซักฟอก 18 รมต. คอยสรุปประเด็นโต้ข้อมูลเท็จ
'เอกภพ' เผยรัฐบาลเตรียมทีมติดตามศึกซักฟอกประสานรัฐมนตรีใกล้ชิด พร้อมสรุปเนื้อหาให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น ย้ำไม่เล่นสงครามวาทกรรม เน้นชี้แจงข้อเท็จจริง
ไม่มีใครเป็นศัตรูทางการเมือง! 'ยศชนัน' ลั่น หลังถูกสงสัย 'ปชน.' ผูกมิตร 'พท' ซักฟอกรมต.สีน้ำเงิน
‘ยศชนัน’ลั่น ไม่มีใครเป็นศัตรูกันในทางการเมือง หลังถูกสงสัย ‘ปชน.’ ผูกมิตร พท. บอก พร้อมช่วยชี้แจงหากซักฟอกพาดพิง อว.

