
26 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความระบุว่าหลังจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวานนี้ (25 เมษายน 2569) ได้รับข้อความจากน้องๆ อินฟลูเอนเซอร์หลายท่านที่ส่งมา อยากจะช่วยไลฟ์ขายของในโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ คิดว่า น้องๆ คงได้ติดตามจากข่าวการลงพื้นที่ และเห็นข่าวการไลฟ์ขายทุเรียนกับคุณเยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน อินฟูลเอนเซอร์จีน ซึ่งต้องขอบคุณมากๆ นะคะ
จริงๆ ขอเรียนว่า การไลฟ์ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ของจีน เพื่อขายทุเรียนไทยไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากสำหรับเรา เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการลงพื้นที่ค่ะ อาจจะเรียกว่า เป็นส่วนเล็กๆ ที่เราหวังผลใหญ่ในการทำตลาดทุเรียนไทยในจีนเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วยนะคะ แต่ประเด็นสำคัญของการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวานนี้ เป็นการลงพื้นที่เพื่อดูแลและจัดการปัญหาทุเรียน “ทั้งระบบ” ค่ะ
เนื่องจากในปี 2569 เราคาดว่า ผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% โดยภาคตะวันออกเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะมีผลผลิตประมาณ 0.998 ล้านตัน หรือคิดเป็น 48% ของทั้งประเทศ และผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการต้องทำทั้งระบบ
เมื่อวานนี้ ได้หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สมาคมทุเรียน ผู้ประกอบการล้ง หอการค้าจังหวัด และเกษตรกร แบบนั่งล้อมวงหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ทั้งข้อมูล ความเห็น และข้อแนะนำ เพราะเราต้องรับมือกับทุเรียนที่ในปีนี้จะมีผลผลิตมากขึ้นถึง 33% และหากผลผลิตออกมามากและส่งออกไม่ทัน ก็อาจจะส่งผลกระทบกับราคา ดังนั้น สิ่งที่คุยกัน ครอบคลุมตั้งแต่ต้องเพิ่มการแปรรูป เพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้า และกระจายรายได้ทั้งปี ด้วยวิธีที่หลากหลาย
โดยเฉพาะการแปรรูป ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน เช่น การพัฒนาทุเรียนแช่แข็ง ที่กระทรวงพาณิชย์พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งห้องเย็นและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงเพื่อให้ทุเรียนผลสดของไทยสามารถขายได้ทั้งปี ด้วยคุณภาพที่ดี เพราะ “คุณภาพต้องมาก่อน” และต้องได้ราคาที่ดีด้วย
เรายังมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการบริโภคในประเทศ เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพราคา เนื่องจากปัจจุบันทุเรียนไทยส่งออกประมาณ 70% และบริโภคในประเทศ 30% โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งเป้าระบายผลผลิตในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 450,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดกลาง ห้างโมเดิร์นเทรด กว่า 350,000 ตัน ควบคู่กับการขายผ่านไปรษณีย์ไทยและช่องทางออนไลน์
กระทรวงพาณิชย์จะทำงานแบบบูรณาการ ด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เราจะทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการควบคุมคุณภาพผลผลิต รวมถึงเร่งประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการบริหารน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาภัยแล้ง
การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังปัญหาและเติมเต็มสิ่งที่เกษตรกรยังขาด ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งด้านตลาด การแปรรูป และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ค่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ศุภจี’ สั่งสกัด ‘ธุรกิจนอมินี’ ตั้งแต่ต้นทาง
ศุภจี...สั่งกรมพัฒนาธุรกิจฯ สกัด ‘นอมินี’ ตั้งแต่ต้นทาง ยกระดับปราบนอมินีขั้นสุด สถิติชี้ชัดนิติบุคคลเข้าข่ายนอมินี ‘ลดฮวบ’ เตรียมดึง 20 หน่วยงานปราบปรามนอมินีจริงจัง
'ศุภจี' เผยกระจายสินค้าราคาถูกขายตามอำเภอทั่วประเทศให้ทัน 1 พ.ค.นี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยประ
'ครม.อนุทิน 2' ประเดิมเบี้ยว! 6 กระทู้ สว. รอเก้อ
'นายกฯ-รมต.' เบี้ยวตอบกระทู้ สว. ครั้งแรก ทั้งพลังงาน-กลาโหม -พณ.-มท.-สธ.-ศธ. อ้างติดภารกิจกันหมด
มหาดไทยหนุนพาณิชย์ ส่งรถพุ่มพวง3,800คัน
กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ
‘ศุภจี’ถกมหาดไทยดึงรถพุ่มพวงขายสินค้าธงฟ้า
‘ศุภจี’ประชุมร่วมมหาดไทย เดินหน้าโครงการเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน เปิดรับสมัครรถพุ่มพวงธงฟ้า นำสินค้าราคาประหยัดขายให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
'ศุภจี' ดันตลาดธงฟ้าเคลื่อนที่-รถพุ่มพวง กระจายสินค้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน
"ศุภจี" ขับเคลื่อน "ตลาดเคลื่อนที่" ลดค่าครองชีพประชาชน หนุนผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น จัด "รถพุ่มพวง" จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชนทุกชุมชนทั่วประเทศ

