สสปท.เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัย 'แรงงานไทย-แรงงานข้ามชาติ'

​12 ม.ค.2569- ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เปิดเผยถึงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในการพัฒนาศักยภาพแรงงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย ว่า “แรงงานคือฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การดูแลให้แรงงานทำงานอย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักดิ์ศรี เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง”

“สสปท. ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมแรงงานตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงการทำงานให้เป็น แต่ต้องทำงานอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ หน้าที่ และสามารถป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในบริบทการทำงานระหว่างประเทศ” ดร.นันทชัย กล่าว

​ด้วยนโยบายดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา สสปท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ นายชินวัฒน์ ใจกุศลสูงยิ่ง นายกสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างกลไกความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยก่อนเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงาน

​นอกจากนี้ ดร.นันทชัย ยังกล่าวถึงการดูแลแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยว่า สสปท. ให้ความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย โดยมุ่งส่งเสริมให้แรงงานทุกกลุ่มเข้าถึงความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากล และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ

“แรงงานข้ามชาติเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่การผลิตของประเทศ การดูแลให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบด้านมนุษยธรรมเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศโดยรวม” ดร.นันทชัย กล่าว

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 สสปท. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยในกลุ่มแรงงานพื้นที่ต้นแบบจังหวัดสมุทรสาคร โดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่แรงงานข้ามชาติจากสถานประกอบการในพื้นที่จำนวน 36 แห่ง มีแรงงานข้ามชาติผ่านการอบรมรวมทั้งสิ้น 4,455 คน ซึ่งบทเรียนจากการดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบดังกล่าว จะถูกนำไปขยายผลสู่พื้นที่อุตสาหกรรมอื่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบการดูแลแรงงานที่ครอบคลุมและยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จุลพันธ์' ชู ESG-AI ยกระดับความปลอดภัยแรงงาน เปิดเวที OAIC 2026 ดันไทยสู่ 'วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน'

“จุลพันธ์” เปิดงาน OAIC 2026 ชู ESG ขับเคลื่อนความปลอดภัยแรงงานทุกกลุ่ม ผสาน AI-หุ่นยนต์-qระบบอัตโนมัติ ป้องกันความเสี่ยงเชิงรุก ด้าน สสปท. เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยจากงานวิชาการสู่นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง

ปชป.จี้รัฐคุมเข้ม ‘ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ’ วงจรแย่งงานคนไทย

ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง เตือนระวังทุนหนาฮุบธุรกิจท้องถิ่น ทำสูญเสียอัตลักษณ์วัฒนธรรม 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันสังคมกำลังเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นการเข้ามาของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งพบว่าในบางพื้นที่เริ่มเกิดสภาวะที่ผู้ให้บริการหรือพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ นำมาสู่คำถามสำคัญว่าคนต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ นางสาววีร์ กล่าวต่อว่า หากมองในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดงานบางประเภทคนไทยจึงไม่เลือกทำ ซึ่งมักมีคำกล่าวหาว่าคนไทยรักสบายหรือไม่ยอมรับงานค่าจ้างต่ำ แต่ในความเป็นจริง การที่คนไทยต้องการรายได้และสภาพการจ้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ถือเป็นความผิด หากแต่ปัญหามักเกิดจากโครงสร้างค่าจ้าง สภาพการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่จูงใจเพียงพอ ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนายจ้างบางส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ เลือกที่จะใช้แรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เพื่อจุดประสงค์ในการกดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม และยิ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงเมื่อดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนเหล่านั้นเลย . รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาของเงินทุน ต้องมั่นใจว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนใสสะอาด ไม่ใช่เงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อบังหน้า 2. การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าจะปล่อยให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาฮุบกิจการและครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใส่ใจเรื่องการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่

โอกาสมาแล้ว! สิงคโปร์รับสมัครงาน 220 อัตราเงินเดือนสูงสุดกว่า 44,000 บาท

กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานกับ 4 บริษัทชั้นนำในสิงคโปร์ รวม 220 อัตรา เงินเดือนสูงสุดกว่า 44,000 บาท สมัครออนไลน์ได้ฟรีถึง 31 ก.ค. นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด

แรงงานได้เฮ! ครม. เห็นชอบปฏิญญา Abu Dhabi Dialogue ยกระดับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 (Abu Dhabi Dialogue Eighth Ministerial Declaration) เพื่อใช้เป็นกรอบความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการยกระดับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย

แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเล็งเปิดรับสูงสุด 3 หมื่นคนต่อปี

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย