'เก้า จิรายุ' หวนคืนจอเงินอีกครั้ง ร่วมงานหวานใจตัวจริง 'วี วิโอเลต'

เก้า-จิรายุ ละอองมณี คืนจอหนังสยองอีกครั้งใน “เทอม 4: สะพานขาว” งานนี้ยังได้รับบทเป็นแฟนกับหวานใจตัวจริง วี-วิโอเลต วอเทียร์ ที่หนุ่มเก้าเองยังบอกว่าแทบไม่เคยร่วมงานกันเองเลย แถมงานนี้ทั้งคู่ยังต้องไปถ่ายทำสถานที่จริงที่มีประวัติสุดหลอนอีกด้วย

ห่างหายจากภาพยนตร์สยองขวัญมานานแค่ไหน

“ผมจำไม่ได้เลยว่าเรื่องล่าสุดคือเรื่องอะไร ไม่ได้เล่นหนังผีมานานหลายปี แต่หนังเรื่องล่าสุดที่เพิ่งฉายไปก็คือ “ศึกค้างคาวกินกล้วย” (2567) และ “แสนสนั่น พันธุ์สั่นสู้” (2567) ก็ต้องมาทำการบ้านกับบทก่อนที่จะเริ่มงานเหมือนเรื่องทั่วไป พอเรื่องนี้มาทำงานกับ “วี” (วิโอเลต วอเทียร์) ก็มีบ้างที่ต้องปรึกษากัน แต่วีเขาจะทำการบ้านเยอะกว่าผม ส่วนใหญ่เขาจะถามผมมากกว่าว่าประมาณไหนจะโอเค โดยพื้นฐานผมอาจจะเก่งกว่าเขา ไม่ได้ขิงกัน แต่ใครทำงานมาเท่าผมก็เก่งเหมือนผมทั้งนั้นแหละ

ในอนาคตเราจะได้เห็น “เก้า” ในฐานะผู้กำกับบ้างไหม

“อาจจะเป็นไปได้ถ้าไม่ได้ทำงานอื่น ว่างงานก็อาจจะทำ แต่ตอนนี้ยังไม่ว่างก็เลยแสดง มีผู้กำกับเคยบอกผมว่า ลองดูทุกคนที่มาเป็นผู้กำกับแก่เร็วมาก ทำหนัง ทำงานกองถ่าย โทรมกันหมด ผมยังอยากดูเด็กอยู่ ฉะนั้นอาจจะยังในตอนนี้ ก็ต้องดูกันต่อไป”

จุดเริ่มต้นที่มาร่วมงานกับโปรเจกต์ “เทอม 4”

“มีการติดต่อเข้ามาตามปกติครับ ส่งบทมาคุยกัน ผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันสนุกดี ผมไม่ได้เล่นหนังผีนานแล้วด้วย และยังมีเรื่องอื่นใน “เทอม 4” ที่มีความน่าสนใจประกอบกันอยู่ มันมีความหลากหลาย เราก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะทำอะไรใหม่ๆ มีเพื่อน มีน้องนักแสดงที่เขายังเล่นในตอนอื่นแล้วเราก็อยากจะดูเขาด้วยเหมือนกัน ตอนแรกที่ติดต่อมา ยังไม่รู้เลยว่า “วี” เขาเล่นด้วย เพราะติดต่อผมมาก่อน และก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับเล่นไหม เพราะวีเขาก็ไม่ได้เล่นมานานเหมือนกัน เค้าไม่ได้รับหนังบ่อย แต่มาเรื่องนี้ได้เล่นด้วยกันก็ดี เพราะเราไม่ได้ทำงานด้วยกันบ่อย นานๆ จะสักครั้งหนึ่ง ขนาดแม็กกาซีนหรือภาพนิ่งยังไม่มีเลย มีแต่ตอนวาเลนไทน์แค่ครั้งเดียว ก็อุ่นใจครับ แต่ผมก็ต้องตื่นเช้าขึ้น อย่างทีมงานนัดผมเที่ยง แต่นัดวี 11 โมง ผมก็ต้องมา 11 โมง เพราะต้องมาคันเดียวกัน อันนี้เหนื่อย แต่ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจเขาแต่งหน้านานไง ฉะนั้นตอนกลับเขาก็ต้องรอผม”

เคยถาม “พี่ตั้ม” ผู้กำกับไหม ทำไมต้องเป็น “เก้า” กับ “วี”

“พี่เขาเคยบอกว่าเป็นเพราะอยากได้คนที่คบกันมานานเป็นแฟนกันจริง เพราะการเล่าเรื่องมันสั้น เวลาสำหรับตอนหนึ่งมันน้อยถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์จริง เค้ากลัวคนดูแล้วจะต้องเซตอัพตัวละครใหม่ การหาคนที่เป็นแฟนกันมาจริงๆ มันอาจจะง่ายในการทำงาน ด้วยง่ายที่จะทำให้คนเชื่อ ตัวพวกเราเองก็ทำงานกับบทง่ายขึ้นด้วยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเล่นเป็นตัวเองขนาดนั้น เพราะในหนังต้องกลัวผีมาก ตอนเด็กผมกลัวผีนะแต่พอโตมาก็ไม่ได้กลัวขนาดนั้น และ “วี” เองก็มีความเป็นผู้ใหญ่ แต่พอต้องเล่นเป็นวัยมหา’ลัย มันจะมีความงี่เง่า งอแง มีความเด็ก ซึ่งตัวจริงวีเขาเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้เป็นแบบในหนัง”

คาแร็กเตอร์ในเรื่องนี้เป็นยังไง

“ผมรับบทเป็น “บอส” นักศึกษาคณะวิศวะปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน เขาเป็นคนคล้ายผมนี่แหละ เป็นคนสบายๆ มีคู่รักที่คบกันมานานก็คือ “มายด์” (วี วิโอเลต) คบกันมาตั้งแต่ปี 1 เขาถูกเลือกเป็นคู่ดาวเดือน ตัวมายด์เขาเป็นคนพ็อปพิวลาร์ เขาก็จะแคร์สายตาคนอื่นที่คอยมองคู่ของเรา แต่จริงๆ เขาก็รักกันจริง เป็นแฟนกันจนกระทั่งตัวบอสมันเริ่มมีความอะไรบางอย่างที่กระอักกระอ่วน เวลาคบกับแฟนนานๆ คนเขาจะเบื่อกัน แต่บอสมันเป็น คนที่ไม่รู้จะต้องพูดยังไง แสดงออกยังไง พอถึงเวลาที่มันเก็บความอึดอัดมาตลอด พอปล่อยมันก็เลยกลายเป็นความพรั่งพรู ความรู้สึกมันเลยพัง

ความรักของบอสกับมายด์ในมุมผมเลย ผมรู้สึกเป็นความรักแบบเด็กในวัยมหา’ลัย เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ในความรัก ยังสดใหม่กับการรัก ยิ่งด้วยเขาเป็นคู่ที่พ็อปพิวลาร์ก็เลยไม่ได้มองอะไรที่ยังเป็นความจริงอยู่บ้าง และยังไปไม่ถึงคำว่าจริงจังแบบผู้ใหญ่ ผมเชื่อว่าคนเรามันควรที่จะโตด้วยตัวเองอย่างแข็งแรง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วค่อยรักคนอื่น หรือไปหาคนอื่นเข้ามาเพื่อใช้ชีวิตร่วมกัน ผมรู้สึกว่าตัวละครสองตัวนี้มันยังไม่โตพอ ในมายด์เซตมันยังไม่มากพอที่จะคบกับใครไปตลอดชีวิต ผมว่ายากมากการที่จะคบใครตั้งแต่ตอนเด็กแล้วไปจนแต่งงานมีครอบครัว เป็นความรักที่ยาวๆ คู่เดียวกันไปตลอด แต่ใครทำได้ก็ชื่นชมมากครับ

เรื่องราวของตอน “สะพานขาว” ก็เป้นเรื่องราวของ “มายด์” กับ “บอส” ที่เขาเข้ามามหา’ลัยแล้วก็ตกลงเป็นแฟนกันมาตั้งแต่ปี 1 สองคนนี้เป็นแฟนกันมานานจนเกือบจะเรียนจบละ แต่แล้ววันหนึ่งมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มายด์กับบอสตกลงว่าจะเลิกกัน แต่ตอนจะเลิกกันดันไปเลิกกันที่ “สะพานขาว” ที่ทั้งสองคนไม่รู้ประวัติความเป็นมาที่ตรงนั้น ก็กลับกลายเป็นว่าจริงๆ แล้วที่นั่นมีวิญญาณ มีผีคู่รักที่เคยประสบอุบัติเหตุตรงบริเวณนั้นวนเวียนอยู่ แล้วเราไปเลิกต่อหน้าเขา มันก็เลยทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวตามติดชีวิตบอสและมายด์ทั้งคู่ ก็ต้องไปดูกันว่าทั้งสองคนนี้จะรับมือกับเหตุการณ์นี้ยังไง จะโดนอะไรเล่นงานบ้าง”

เคยได้ยินตำนานของ “สะพานขาว” มาก่อนไหม

“เคยได้ยินชื่อ “สะพานขาว” แต่นึกไม่ออกว่าสะพานหน้าตาเป็นยังไง ผมไม่เคยไปที่มหา’ลัยที่มันเกิดเหตุจริงเลย และก็ไม่เคยรู้เรื่องตำนานว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ รู้แค่ว่ามีผี แต่พอมาเล่นหนังเลยรู้ว่ามันมีเหตุการณ์ที่เขาเล่าต่อๆ กันมานานแล้ว เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ของคู่รักคู่หนึ่งที่ขี่มาถึงสะพานแล้วโดนอะไรบางอย่างขวางอยู่บนสะพาน เป็นเหตุให้ทั้งคู่วิ่งเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัวจนหัวขาดไป แต่หลายคนก็เล่าว่ามีใครสักคนรอด และก็มีเล่าว่าเสียชีวิตทั้งสองคนในที่เกิดเหตุ เรื่องนี้ถือเป็นตำนานที่มีคนเล่ากันเยอะเกี่ยวกับสะพานขาวแห่งนี้ แล้วก็มีเรื่องราวอีกส่วนหนึ่งที่เล่าว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ฝังศพของผู้คนในยุคสงครามอะไรสักอย่างไม่แน่ใจ และศพมีจำนวนมาก ด้วยความที่ไม่อยากให้สถานที่แห่งนี้ถูกลบหลู่ก็เลยมีการสร้างสะพานยกสูงขึ้นมาเพื่อที่จะไม่ไปเหยียบย่ำผู้ที่ถูกฝังอยู่บริเวณนั้น เขาก็มีการเล่าต่อๆ กันมาว่ามีวิญญาณอยู่ที่นี่เยอะอะไรทำนองนั้นครับ”

เรื่องนี้ไปถ่ายทำกันตรงสถานที่จริงเลย กลัวกันบ้างไหม

“อันดับแรกก่อนเลย ตอนที่รู้ว่าเราต้องไปถ่ายที่จริง ผมก็คิดว่าทำไมเราต้องไปถึงที่นั่น เพราะคำว่า “สะพานขาว” ที่ไหนก็มี นครนายกก็มี ภาพในหัวมันคือสะพานยกสูงข้ามน้ำ ข้ามบึงทั่วไป แต่พอได้มาที่นี่จริงๆ เข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ เพราะมันเป็นสะพานที่ยาวมาก มีโค้ง และไม่ได้ข้ามอะไรเลย เป็นสะพานที่ยกสูงขึ้นมาเหนือดินนิดเดียว มีต้นไม้ขนาบข้างสองข้างทาง สะพานขาวที่อื่นมันจะไม่ได้ฟีลนี้เลย คือมันไม่ได้รู้สึกว่าน่ากลัว เพราะมีไฟถนนแล้ว ในมุมของเราว่ามันสวยดี ด้านข้างทุกวันนี้ก็มีสวนสาธารณะมีคนวิ่งออกกำลังกาย ผมเชื่อเรื่องผีนะ แต่ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกลัวที่นี่ เพราะเรามาดี เรามาถ่ายหนัง ไม่ได้ไปล้อเลียนเขา หรือมาทำอะไรไม่ดี ไม่ได้มาทำหยาบคาย ไม่ได้ไปเตะของไหว้ทิ้ง ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีไง ผมมาทำงาน

มาถึงสะพานขาว ทีมงานให้ไหว้เจ้าที่ จะมีจริงหรือไม่จริงเราไม่รู้ เราก็ไหว้ไม่เสียหายอะไร ในวันที่ถ่ายทำกัน ถ้าเงียบๆ บรรยากาศก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่บังเอิญว่าช่วงที่ไปถ่ายทำ มีงานเกษตรแฟร์ มีงานปีใหม่ งานอะไรหลายๆ อย่างรอบนั้น เสียงดังมาถึงที่กองถ่าย ก็จะเป็นการถ่ายทำหนังผีที่ครื้นเครงกว่าปกติครับ”ทำงานกับ “พี่ตั้ม” ผู้กำกับเป็นยังไงบ้าง

“พี่ตั้ม (พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว) เขาค่อนข้างรับฟังนะ ผมว่าเขาคุยง่าย บางทีเราไม่เข้าใจบางอย่าง เราก็ต้องถามเขา ถ้าอะไรที่เราคุยกันแล้วมันทำให้ดีขึ้น เขาก็ยอมที่จะให้มันเปลี่ยนไปตามอย่างที่เราเสนอไป ในมุมผม ผมมองว่าบางทีบทหนังเล่มเดียวกัน คนเรามองภาพไม่เหมือนกันหรอก ผู้กำกับเขาก็มีมุมของเขาที่เขาอยากจะเล่า บางทีเราเล่นแล้วเราไม่เข้าใจว่าภาพที่เขาต้องการมันเป็นยังไง หรือบางทีเราเห็นอีกแบบหนึ่ง อันไหนมันดีกับหนังก็ยอมกันได้ครับ

อย่างเรื่องของภาพความสยอง ภาพรวมของมันพวกนี้พี่ตั้มเอาอยู่อยู่แล้ว เพราะงานพี่ตั้มที่เราเห็นมันก็ชัดอยู่แล้วว่าพี่ตั้มเขาจะแนวไหน ใส่เต็มความสยองขนาดไหน ในการทำงานที่ถูกจำกัดด้วยเวลา ด้วยสถานที่ งานด้านเอฟเฟกต์ก็เยอะ เทคนิคก็เยอะ ไหนจะการริกรถกับหนังเรื่องนี้เยอะมาก พี่ตั้มก็คุมทุกอย่างอยู่หมดด้วยความใจเย็นและรับฟังครับ อยากให้ไปดูกันครับ 28 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์” 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พ่อพ่อ พร้อม! เปิดห้องซ้อมโชว์สเต็ปซ่าส์ แต่อุบซีนแซ่บให้รอชมในคอนเสิร์ต

สมการกลับมาของไอดอลตัวพ่อแห่งยุคสองพัน การันตีความฮอตมาทุกยุค กับการเตรียมความพร้อมสำหรับ ‘อำพลฟูดส์ presents DAN - BEAM DREAM 2 BE CONCERT 21ST CENTURY DADDY’S CLUB’ (อำพลฟูดส์ พรีเซนต์ แดน-บีม ดรีม ทู บี คอนเสิร์ต ทเวนตี้เฟิร์ส เซนจูรี แด๊ดดี้ส์ คลับ) คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ของพ่อพ่อสุดแซ่บ! ‘แดน-บีม’ ที่จะบอกเล่าถึงตัวตนของศิลปินด้วยการโปรดิวซ์เองกับมือ!

'เก้า จิรายุ' คืนจอ กับบทบาทที่ท้าทายใน 'ทองประกายแสด' เริ่ม 14 สิงหาคมนี้

เรียกว่าทัพแฟนคลับบ่นคิดถึงผลงานของหนุ่มหล่อยิ้มละลายคนนี้กันสุดๆ สำหรับ “เก้า จิรายุ” เพราะหลังจบจาก “นางนาคสะใภ้พระโขนง” แฟนๆ ก็ต่างรอดูละครเรื่องต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

'พิง ลำพระเพลิง' นำทีมบวงสรวง 'แสนสนั่น พันธุ์สั่นสู้' เขียนบท-กำกับหนังในรอบ 7 ปี

ห่างหายจากวงการกำกับภาพยนตร์ไปนานกว่า 7 ปี สำหรับผู้กำกับมากฝีมืออันดับต้น ๆ ของเมืองไทย “พิง ลำพระเพลิง” ล่าสุดได้ฤกษ์ดีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์แนวคอมเมดี้เรื่อง “แสนสนั่น พันธุ์สั่นสู้”

เรโทรเรี่ยนถูกใจสิ่งนี้! 'อยู่เพื่อจำ - Retrospect' มันส์จัด ทะลุล้านวิว!

เดือดจัดกันเลยทีเดียวสำหรับ “อยู่เพื่อจำ” ซิงเกิลที่ 2 จากวง Retrospect นำโดย เก้า-จิรายุ ละอองมณี (ร้องนำ), น็อต-ธนพล ศรีกาญจนา (กีตาร์), บอม-ณพวัชร คชาชีวะ (เบส) และ เบิร์ธ-ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ (กลอง)

'ไบร์ท วชิรวิชญ์' เสียน้ำตาจริงใน MV 'Turn Back Time' เพลงรักชวนใจสลาย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์การคอลแลปที่ถูกพูดถึงในขณะนี้ เมื่อซุปเปอร์สตาร์หนุ่มสุดฮอต "ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี" ได้ทำงานร่วมกับศิลปินในวงการที่ตนเองชื่นชอบอย่าง "วี-วิโอเลต วอเทียร์" พร้อมโอกาสที่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินชื่อดังชาวฟิลิปปินส์อย่าง "Zack Tabudlo" ในเอ็มวี Turn Back Time

'เก้า จิรายุ' ควงคุณแม่ลงคะแนนเลือกตั้ง พร้อมเผยรัฐบาลที่อยากได้!

พระเอกหนุ่ม เก้า-จิรายุ ละอองมณี และ คุณแม่ก้อย-วรณัชชา ละอองมณี เดินทางไปลงคะแนนเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 19 เต็นท์บริเวณหมู่บ้าน รัชธานี 6 แขวง สายไหม