
มหัศจรรย์ หัวร้อยรู พืชที่เป็นอยู่อาศัยของมด ธรรมชาตอันน่าทึ่งถักทอสายใยความสัมพันธ์ระหว่างพืชและแมลงได้อย่างลงตัว
24 พ.ค.2569 – เฟซบุ๊ก กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุถ้าพูดถึงพืชอิงอาศัยที่อยู่ตามคบไม้ เรามักจะนึกถึงกล้วยไม้หรือเฟินสวยๆ แต่ในผืนป่าดิบชื้น ป่าชายหาด และป่าพรุของภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย มีพืชชนิดหนึ่งที่สร้างความมหัศจรรย์ทางวิวัฒนาการได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ “หัวร้อยรู” หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์เท่ๆ ว่า Hydnophytum formicarum Jack
มองเผินๆ พืชชนิดนี้อาจดูเหมือนไม้พุ่มเกาะต้นไม้ทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ที่บริเวณ “คอราก” ซึ่งจะพองขยายใหญ่เป็นหัวขนาดประมาณ 25–30 เซนติเมตร ผิวเรียบไม่มีหนาม และถ้าลองส่องดูดีๆ จะพบรูเล็กๆ กระจายอยู่เต็มไปหมด รูเหล่านี้ไม่ใช่ร่องรอยของโรคพืช แต่เป็น “ทางเข้าบ้าน” ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
หัวร้อยรูจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่เรียกว่า Myrmecophyte หรือพืชที่เป็นที่อาศัยของมด ภายในหัวที่พองโตนั้นจะมีโครงสร้างเป็นโพรงซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพื่อดึงดูดให้มดเข้ามาสร้างรังอยู่
ความสัมพันธ์นี้เป็นแบบพึ่งพาอาศัยกัน (Mutualism) ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ อาทิ มด ได้บ้านที่ปลอดภัย มั่นคง และคุ้มแดดคุ้มฝน ,ต้นไม้ ได้ปุ๋ยชั้นดีจากมูลและเศษซากที่มดขนเข้ามา รวมถึงได้ “กองทัพทหารมด” คอยช่วยปกป้องต้นไม้จากแมลงหรือศัตรูพืชอื่นๆ
ในธรรมชาติตามป่าดิบชื้น เรามักจะพบหัวร้อยรูขึ้นอยู่ร่วมกับพืชมีมดชนิดอื่นๆ เช่น เฟินสกุล Lecanopteris หรือจุกโรหินี (สกุล Dischidia) กลายเป็นชุมชนมดขนาดใหญ่บนเรือนยอดไม้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ
นอกจากหัวที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว หัวร้อยรูยังมีลักษณะเฉพาะตัวอื่นๆ อีกมากมาย โดยใบและกิ่ง: แตกกิ่งก้านได้ยาวถึง 30 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับหรือรูปรี ปลายมน โคนใบสอบ ,ดอก: มีขนาดเล็กมาก ดอกเป็นรูปดอกเข็มสีขาว ออกตามซอกใบ 1–5 ดอก ไร้ก้าน ปากหลอดดอกมีขนสั้นนุ่ม ผลมีผนังชั้นในแข็ง รูปไข่เรียวแคบ ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร เมื่อสุกจะมีสีส้มอมแดง ภายในมีเมล็ดสีดำ 2 เมล็ด
สรรพคุณทางยาจากภูมิปัญญาไทย
ไม่ใช่แค่ความมหัศจรรย์ในระบบนิเวศ แต่ “หัวร้อยรู” ยังเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในตำรายาไทยมาช้านาน โดยนิยมนำส่วนหัวมาหั่นตากแห้ง แล้วนำไปต้มน้ำดื่ม มีสรรพคุณเด่นในการแก้ตับอักเสบ และแก้ลำไส้อักเสบ
ด้วยความที่พบกระจายอยู่หลายพื้นที่ ทำให้พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกที่สะท้อนถึงรูปลักษณ์และเอกลักษณ์ของมันในแต่ละท้องถิ่น ภาคกลาง หัวร้อยรู ปัตตานี ร้อยรู สุราษฎร์ธานี กระเช้าผีมด ตราด ปุมเป้า มาเลย์-ภาคใต้ ดาลูปูตาลิมาหัวร้อยรูจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความชาญฉลาดในการเอาตัวรอดของธรรมชาติ ที่ถักทอสายใยความสัมพันธ์ระหว่างพืชและแมลงได้อย่างลงตัวและน่าทึ่งที่สุดชนิดหนึ่งในป่าเมืองไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัญญาณพื้นตัว 'หญ้าทะเล' พะยูนเข้าหากิน
ทช. เผยสัญญาณฟื้นตัว “คอกหญ้าทะเล” พังงาเริ่มเห็นผล พบพะยูนเข้าหากิน ระบบนิเวศกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เปิดภาพดาวเทียม ตะกอนจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ไหลลงทะเลสาบสงขลา กระทบระบบนิเวศ
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
ไร้สามัญสำนึก! กรมอุทยานฯ ตักเตือนผู้บุกรุกเขตหวงห้าม 'ดอยผาฮุ้ง' อุทยานฯถ้ำหลวง-นางนอน
เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยมุ่งเน้นเส้นทาง ดอยผาฮุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่มีระบบนิเวศเปราะบางและถูกกำหนดให้เป็น เขตธรรมชาติหวงห้าม (Strict Nature Reserve zone) ตามหลักการของ IUCN ประเภท Ia
สมุทรสาคร ปล่อยปลานักล่า 'ปลาหมอคางดำ' ล็อตสุดท้าย 2 หมื่นตัว
นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ได้ขอให้ประชาชนช่วยทางราชการในการไม่เพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำ หากฝ่าฝืนมีโทษตามพระราชกำห
'ผู้เชี่ยวชาญ' แจงปมความกังวล 'ปลาเทราต์' หลุดในแหล่งธรรมชาติ
24 ก.ค. 2567- นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ ฟาร์มปลาสวยงาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า
'ดร.ธรณ์' หวั่น ผลกระทบ 'ปลาหมอคางดำ' ไม่เกิดเฉพาะพื้นที่ แต่จะส่งผลถึงทะเลข้างนอก
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในกรณีที่ปลาหมอคางดำลงทะเล ระบบนิเวศที่จะได้รับผลกระทบคือหาดทราย หาดเลน ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเล

