
'ปกรณ์' สั่ง ก.พ.ศึกษาแผน เออร์ลี่ รีไทร์ ลดขนาดข้าราชการ ปรับเงินเดือนคนอยู่ต่อให้เหมาะสม เผยตีตกแนวคิดขยายอายุเกษียณระบุแค่ยืดปัญหา-และทำให้คนรุ่นใหม่เติบโตได้ยาก
3 มิ.ย.2569- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยระบุว่าได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เร่งจัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) เพื่อลดจำนวนข้าราชการที่มีจำนวนมากเกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน
ส่วนแนวคิดการขยายการเกษียณอายุของข้าราชการจากเดิม 60 ปีนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการ โดยมองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการยืดปัญหาออกไป (Prolong) ซึ่งในหลายประเทศที่ดำเนินการไปแล้วมีปัญหาหลังจากดำเนินการไปแล้ว อย่างเดนมาร์กหรือฝรั่งเศส ประสบปัญหาประชาชนออกมาประท้วงอย่างหนักเนื่องจากต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในขณะที่ยังมีสุขภาพดี ไม่ใช่ทำงานจนกระทั่งเจ็บป่วย
"อีกทั้งการขยายอายุเกษียณยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ที่จบออกมาไม่สามารถเข้าสู่ระบบราชการได้เพราะไม่มีตำแหน่งว่าง"
นอกจากนี้เหตุผลสำคัญในการลดจำนวนข้าราชการคือในปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลสามารถทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งนายปกรณ์ อธิบายว่า ระบบกฎหมายไทยแบบเดิมที่เน้นการควบคุม (Control System) ทำให้ต้องใช้คนจำนวนมากในการอนุมัติอนุญาต แต่เมื่อนำเทคโนโลยี Agentic AI และระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ กระบวนงานจะกระชับขึ้น ความจำเป็นในการใช้คนจึงลดลง โดยประเทศนิวซีแลนด์ที่สามารถลดจำนวนข้าราชการลงได้ถึง 8,700 คนภายในปีเดียว
สำหรับแนวทางบริหารจัดการในอนาคต รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีการปรับลดจำนวนข้าราชการอย่างเหมาะสม จะสามารถดำเนินการให้มีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนใหม่ให้กับข้าราชการ โดยข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบและมีภาระงานที่มากขึ้น ควรได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว รัฐจะวางแผนในการส่งเสริมการจ้างงานในลักษณะใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาด (Niche Market) เหมือนในประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตในสังคม (Social Life) และมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานเต็มเวลาตลอดชีวิต
“เราต้องทำให้จำนวนข้าราชการในประเทศมีจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป และข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบราชการ สามารถอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าลดจำนวนคน แต่ต้องมีการ Re-skill ให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ และสร้างระบบที่คนอยู่ต่อมีรายได้ที่เพียงพอและยั่งยืน” นายปกรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ของขึ้น! 'รองนายกฯปกรณ์' ซัดพวก 'กูรู้' เก่งแต่ติรัฐบาล ลั่นปฏิรูประบบราชการไม่ทำเลอะเทอะ
รองนายกฯ ชี้เหตุผลปฏิรูประบบราชการไม่สำเร็จที่ผ่านมา เหตุการเมืองกลัวเสียคะแนนนิยม เกือบทั้งหมดดีแต่พูด
'ปกรณ์' เร่งเคลียร์งบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่!
'ปกรณ์' หัวโต๊ะถกคกก.ตรวจสอบงบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ หลังพบข้อร้องเรียน ลั่นให้กระจ่างไม่ว่ากรณีใด
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้มีช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน!
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตะลึงอัตราว่าง 8,548 อัตราบรรจุจริง 15,520 อัตรา จ่อทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ
'ปกรณ์' แย้มอาจออกกฎกระทรวงคุมเข้มปืนก่อนรอแก้กฎหมาย!
'ปกรณ์' จ่อหารือ 'กรมการปกครอง - กฤษฎีกา' แก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ เชื่อมโยงทั้งระบบ เล็งให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี รับอาจออกกฎกระทรวงก่อน เหตุใช้เวลาแก้ กม.นาน
ขรก. หนุนเออร์ลี่รีไทร์เริ่มที่อายุ 50 ปี
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “อยู่ราชการต่อ หรือ ลาก่อนดี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18-59 ปี
'อนุทิน' ย้ำไม่เกิน 30 ก.ย.รีเซ็ตมหาดไทยจบ
'อนุทิน' เผยรอ 'ปกรณ์' ส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันจบ ปชช.ไม่ต้องกังวลปกป้องใคร พอใจ ขรก.ยึดแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม บอกไม่มีใครวิ่งเต้นได้ ชี้รีเซ็ต มท.จบใน ก.ย.นี้

