รัฐบาลปรับงบแก้โกงเน้นทุ่มเทคโนโลยีลดจัดอบรมสร้างจิตสำนึก!

รัฐบาลปรับงบต้านทุจริต เน้นเทคโนโลยี–เปิดข้อมูลรัฐ ลดช่องโกง ย้ำใช้งบต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม

04 มิ.ย.2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แล้วนั้น ในส่วนของงบประมาณบูรณาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รัฐบาลมีแนวทางปรับการใช้งบให้มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและระบบข้อมูลมาใช้ปิดช่องว่างการทุจริตในกระบวนการทำงานของภาครัฐแนวทางดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการยกระดับระบบราชการให้ทันสมัย โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชน โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาทุจริตต้องเริ่มจากการปรับระบบงาน ไม่ใช่เพียงรณรงค์หรือสร้างการรับรู้เท่านั้น

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนงานด้านการต่อต้านการทุจริต เห็นว่าในอดีตงบประมาณส่วนหนึ่งถูกใช้กับกิจกรรมอบรมและสร้างจิตสำนึกจำนวนมาก แต่คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของไทยยังไม่ปรับตัวดีขึ้นอย่างที่ควร จึงถึงเวลาทบทวนการใช้งบประมาณให้มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างแท้จริงภายใต้แนวทางใหม่ งบประมาณบูรณาการด้านการปราปปรามการทุจริต ประมาณ70% ได้ถูกจัดสรรไปกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน มากกว่าการจัดอบรมซ้ำในรูปแบบเดิม เพื่อเป้าหมายทำข้อมูลอยู่ในระบบ ตรวจสอบได้ วิเคราะห์ต่อได้ และลดพื้นที่ที่เอื้อต่อการทุจริต

นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับนโยบาย Open Data หรือการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่นำไปใช้และวิเคราะห์ต่อได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเมื่อข้อมูลของภาครัฐเชื่อมโยงและเปิดเผยมากขึ้น หน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะสามารถตรวจจับความผิดปกติและดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความโปร่งใสแล้ว เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่พัฒนาระบบจดทะเบียนและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบดิจิทัล และกรมบัญชีกลางที่เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ สามารถติดตามตรวจสอบได้

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการปรับระบบงานให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดช่องว่างการทุจริต เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณแผ่นดินเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต แต่คือการทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยาก ตรวจสอบได้เร็ว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนว่าเงินภาษีของประเทศถูกใช้ด้วยความโปร่งใสและคุ้มค่า” นางสาวรัชดา กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองนายกฯ แนะคนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์โลก รับมือปิดช่องแคบฮอมุส ปฏิบัติการรอบสามตะวันออกกลาง

รองนายกฯปกรณ์ ชี้การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ เราต้องรู้เท่าทันและตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!

'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ

'รัชดา' ลั่นรัฐบาลพูดแล้วทำ กม.อำนวยความสะดวกฯ ประกาศในราชกิจจาฯแล้ว

'พูดแล้วทำ' ตามคำแถลงนโยบายของนายกฯ อนุทิน เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ เปลี่ยนรัฐอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ย้ำทุกหน่วยงานเร่งปรับตัว ลดขั้นตอนบริการประชาชน