
นายกฯ ดัน ‘อุตสาหกรรมเกม’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ ‘ดีอี’ ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน
15 มิ.ย. 2569 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการผลักดันอุตสาหกรรมเกมให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง อาศัยความคิดสร้างสรรค์และทักษะดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังสามารถสร้างงาน รายได้ และโอกาสทางอาชีพให้คนไทยได้อย่างกว้างขวาง
สำหรับประเด็นดังกล่าวได้รับการหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และผู้บริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า อุตสาหกรรมเกมมีศักยภาพเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยเฉพาะจากโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้พัฒนาเกม นักลงทุน ผู้ประกอบการ และแฟนเกมจากทั่วโลก ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าการจัดงานดังกล่าวไม่เพียงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการจัดงานเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาเกม นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ และครีเอเตอร์ไทย ได้แสดงศักยภาพต่อสายตานานาชาติ นำไปสู่การจ้างงาน การลงทุน และความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า เด็กไทยและคนรุ่นใหม่มีศักยภาพสูงในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกม ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรม กราฟิก แอนิเมชัน การออกแบบเกม การสร้างเนื้อหา และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานโลกมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันศักยภาพดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมของไทย ทั้งการเชื่อมโยงบริษัทเกมชั้นนำระดับโลกกับนักพัฒนาไทย การส่งเสริมบุคลากรด้านดิจิทัลและครีเอทีฟ การสนับสนุนผู้ประกอบการไทย และการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีศักยภาพสูง
นางสาวรัชดา กล่าวว่า รัฐบาลมองว่าอุตสาหกรรมเกมไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจความบันเทิง แต่เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน อีสปอร์ต เทคโนโลยีภาพและเสียง ดนตรี ดิจิทัลคอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 206,000 คน จาก 95 ประเทศทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกมกว่า 5,500 คน จาก 81 ประเทศ และผู้แสดงสินค้ากว่า 294 ราย สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมของภูมิภาค ภายในงานยังมีเวที Thailand Game Talent Showcase ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทยได้นำเสนอผลงานด้านเกมดีไซน์ เทคโนโลยี วิชวลอาร์ต เนื้อเรื่อง และการออกแบบสร้างสรรค์ต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่พร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลก หากได้รับการสนับสนุนและเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้เวทีดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาทักษะแห่งอนาคต และผลักดันคนไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมเกมระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนไทยในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย
นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย
รบ.ยึด 'ภูเก็ตโมเดล' ลุยอุทยานสิรินาถ จัดระเบียบที่ดินรัฐ ทวงคืนผืนป่า ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว
รัฐบาล เดินหน้าภูเก็ตโมเดล จัดระเบียบที่ดินรัฐ–ทวงคืนผืนป่า–ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ‘สุชาติ’ ลุยอุทยานสิรินาถ ดัน Boat Taxi เชื่อมสนามบิน ลดรถติด สร้างรายได้ชุมชน
รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.
รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง
'นิพิฏฐ์' ชี้ช่องหาหลักฐานมัด TH-AI Passport ลั่นหากเป็นฝ่ายค้าน มีเรื่องซักฟอกรัฐบาลอื้อ
นิพิฎฐ์ ลั่นโครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,621 ล้าน ที่สส.รัชนก ศรีนอก พรรคประชาชนเปิดประเด็นมา ส่วนตัวผมในฐานะประชาชน ผมไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว
เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน
“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ
รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงตลาดทุน เผยเรียกเงินคืนผู้เสียหายกว่าพันล้าน
รัฐบาลหนุน ก.ล.ต. ปราบโกงทุนออนไลน์เต็มสูบ เรียกคืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน ปิด 368 บัญชีหลอกลงทุน กวาดล้างบัญชีม้าคริปโตทะลุ 5.8 หมื่นบัญชี

