"วรศิษฎ์" เตรียมนำเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ยกระดับสตูลเป็น "World Class Southern Border, Thailand. The Rivera of South East Asia" ดันขยายเวลาเปิดด่านศุลกากรวังประจัน พร้อมจุดผ่อนปรนทางการค้า "Free Flow Zone" กระตุ้นการค้าไทย-มาเลเซีย ชูสตูลเป็นจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวมุสลิม
29 สิงหาคม 2569 - เวลา 13.15 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ในโอกาสตรวจราชการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/69 ณ ด่านศุลกากรวังประจัน และอุทยานแห่งชาติทะเลบัน อ.ควนโดน จ.สตูล โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล น.ส.ดุษฎี พฤกษเศรษฐ นายดำรงศักดิ์ แก้วดวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล น.อ.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ร.น. รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ร่วมลงพื้นที่
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการตรวจติดตามโครงการยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลให้เป็น "World Class Southern Border, Thailand. The Rivera of South East Asia" ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการขับเคลื่อนที่จะนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 1/69 (ครม.สัญจร) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 1 ก.ย. 69 นี้ เพื่อขออนุมัติหลักการในการยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลในหลากหลายมิติ
"เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้จังหวัดสตูลเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม "Muslim friendly destination" โดยอาศัยจุดแข็งของสตูลที่มีประชากรเป็นมุสลิมร้อยละ 70-80 มีทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่น และมีทำเลที่ตั้งใกล้กับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทิศทางที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่ออำเภอมะนังกับอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง รวมถึงเส้นทางบาโร-ทุ่งตำเสา โดยคาดว่าเส้นทางบาโร-ทุ่งตำเสาจะได้รับการอนุมัติงบประมาณสำหรับการสำรวจ ออกแบบ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570" นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศ เรื่องจุดผ่อนปรนทางการค้า (Free Flow Zone) และการขยายเวลาเปิดทำการ "ด่านศุลกากรวังประจัน" อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นด่านพรมแดนทางบกที่สำคัญที่เชื่อมต่อกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย และมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน รองรับทั้งการขนส่งสินค้ามูลค่าสูงและการเดินทางข้ามประเทศที่มีผู้คนและยานพาหนะผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียต่างมีความเห็นพ้องตรงกันในหลักการ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลาที่ยังไม่สอดคล้องกัน
เบื้องต้นทางจังหวัดสตูลเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และจะมีการเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียเพื่อหารือกับผู้กำหนดนโยบายต่อไป รวมทั้งได้มีการหารือร่วมกับ ศอ.บต. ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนของทั้งสองประเทศ สามารถเดินเท้าเข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกคล่องตัว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวชายแดน
"นอกจากนี้ ยังมีแผนการพัฒนาด้านการคมนาคมเพิ่มเติมผ่านโครงการเครื่องบินทะเล "Sea plane" เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงโครงการพัฒนาท่าเรือรองรับเรือบรรทุกรถยนต์ (Ro-Ro Ferry) เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือระหว่างรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย และจังหวัดสตูล ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมากในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและประเทศ ลดความแออัดจากการขนส่งผ่านด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ ตลอดจนช่วยสร้างงานและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับคนในพื้นที่ต่อไป" นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติม
ด้านนายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูลมีศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกภายใต้แนวคิด "World Class Southern Border, Thailand. The Rivera of South East Asia" เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งเชิงนิเวศและธรณีวิทยา โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวฮาลาลและสังคมพหุวัฒนธรรม
จังหวัดสตูล ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สำคัญในระเบียงทางเศรษฐกิจที่ 2 (EC2) ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงดินแดนฝั่งอันดามันระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และฮาลาล สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่มุ่งสู่การเป็น "สตูลเมืองแห่งความผาสุกที่ยั่งยืน" เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก กระจายความเจริญ และสร้างความสมดุลด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดเมนู ครม.สัญจรสงขลา 'แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ-ไก่ทอดหาดใหญ่' ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟ
รัฐบาลเผยสงขลาเตรียมของดีภาคใต้ต้อนรับ ครม.สัญจร 31 ส.ค.-1 ก.ย. จัดเต็มตั้งแต่อาหารว่าง อาหารเช้า กล
จ่อทุ่ม5หมื่นล.เอาใจจชต.
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ
อึ้ง! 5 จังหวัดใต้ชง 199 โครงการวงเงิน 5.7 หมื่นล้านให้ ครม.สัญจรเคาะ
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมถกข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท 'พิพัฒน์' ย้ำกลั่นกรอง เลือกโครงการที่มีความพร้อม คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่
'ปกรณ์' จ่อชง ครม.สัญจรสงขลา เคาะซื้อประกันภัยพิบัติ เน้นพื้นที่เสี่ยง 20 ล้านครัวเรือน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการนำระบบประกันภัย มาช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทุกภัยว่า จะมีการเสนอแนวทางดังกล่าวมาใช้เยียวยา โดยจะช่วยใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.น้ำท่วม 2.วาตภัย 3.แผ่นดินไหวเนื่องจากสภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
'เจือ' ฝาก 'อนุทิน' ดัน 2 โครงการใหญ่ แก้ปัญหาคนสงขลา
อดีต สส.เจือ ราชสีห์ ฝากนายกฯ ใช้โอกาส ครม.สัญจรสงขลา เร่งขับเคลื่อนสะพานข้ามทะเลสาบ เชื่อมตัวเมือง-สิงหนคร พร้อมผลักดัน “โรงพยาบาลสงขลา 2”
'สมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม บวกภัยแทรกซ้อน ไม่กังวล 'ครม.สัญจร' สงขลาปลายเดือน
'เลขาฯสมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง 'BRNใหม่' เอี่ยว มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม 'ครม.สัญจร' สงขลา ปลายเดือนนี้

