จ่อทุ่ม5หมื่นล.เอาใจจชต.

ครม.สัญจรสงขลาเตรียมข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200  โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท "กมธ.ทหาร" ชง 3 ข้อ อัปเกรด "กอ.รมน." สกัดภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตั้งเป็นกระทรวง ปรับภารกิจกฎหมายดูแลทั้งประเทศสั่งได้ทั้งยามปกติ หรือยุบทิ้ง 

เมื่อวันพุธ แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอโครงการจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 199 โครงการ รวมวงเงินเบื้องต้นกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท โดยข้อเสนอทั้งหมดนี้จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 นี้

สำหรับข้อเสนอทั้งหมด แยกเป็นรายจังหวัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอ 5 โครงการ เตรียมความพร้อมการประชุม ครม. วงเงินรวม 50 ล้านบาท ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ  พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 26 โครงการ วงเงินรวม 35,061.056 ล้านบาท ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงมหาดไทย คมนาคม พลังงาน สาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ การคลัง เกษตรและสหกรณ์ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แรงงาน และสำนักงบประมาณ

ขณะที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการเชื่อมโยง 2 ทะเล ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวล่องเรือชมโลมาอิรวดี ว่าอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดีในวงกว้าง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนความเหมาะสมและนำข้อสังเกตดังกล่าวไปศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง

นอกจากนี้ แขวงทางหลวงจังหวัดสงขลายังรายงานว่า มีโครงการเร่งด่วนทั้งสิ้น 133  โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จบางส่วน เหลืออีก 106 โครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีก 1,941 ล้านบาท  เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เสนอโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจำนวน 17 โครงการ ครอบคลุมด้านการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจ  คมนาคม และการป้องกันภัยพิบัติ พร้อมเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 11 โครงการ แต่ไม่ได้ระบุวงเงิน ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยนายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตให้ขยายขอบเขตโครงการไปยังพื้นที่อำเภอมะนังและอำเภอทุ่งหว้าเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 10 โครงการ  วงเงิน 338.145 ล้านบาท พร้อมเสนอโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 4 โครงการ  วงเงินรวม 4,308 ล้านบาท และมีข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเอกชนที่ไม่ใช้งบประมาณอีก 1  โครงการรวมอยู่ด้วย

ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 6 โครงการ  วงเงิน 50 ล้านบาท เน้นการติดตามและเฝ้าระวังภัยพิบัติเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การบรรเทาความเดือดร้อนด้านอุปโภคบริโภค การป้องกันน้ำท่วมขังในชุมชน และการพัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะบริเวณสระที่ 5, 6, 7 และ 8

นายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการขุดลอกร่องน้ำปัตตานี วงเงิน 400 ล้านบาท โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีหารือร่วมกับกรมเจ้าท่าเพื่อหาข้อสรุปโดยเร็ว   พร้อมขอให้จังหวัดจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ เป็นภารกิจสำคัญลำดับแรกก่อนดำเนินการขั้นต่อไป

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เสนอโครงการที่พร้อมดำเนินการจำนวน 6 โครงการ  วงเงิน 404.790 ล้านบาท และเสนอโครงการเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอีก 8  โครงการ วงเงินสูงถึง 15,055.640 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่จังหวัดเสนอทั้งหมด

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ข้อเสนอทั้งหมดนั้นยังเป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้น และต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนที่จะหารือกันในสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา  โดยนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณารายละเอียดแต่ละโครงการ ก่อนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามขั้นต่อไป

ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา  แถลงข่าวจากกรณีมีข้อพิพากษ์วิจารณ์ว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นั้นควรจะมีอยู่หรือควรยุบไป ทาง กมธ.จึงให้อนุ กมธ.ด้านกิจการทหารทำการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 1 ปี จนได้ข้อสรุปจากการศึกษาและนำมาสู่การจัดเสวนาทางวิชาการ เพื่อยกระดับการบริหารการจัดการด้านรักษาความมั่นคงภายในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ด้าน พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง กมธ. กล่าวว่า ทางอนุ กมธ.ศึกษาโดยดูตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ สุดท้ายได้ข้อเสนอว่า กอ.รมน.สมควรที่จะต้องปรับสภาพเพื่อให้ดีขึ้น และสอดคล้องกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ ที่นำมาสู่การเสวนาในวันนี้ 3 ข้อ คือ 1.ให้ กอ.รมน.คงอยู่ แต่ปรับสภาพเป็นกระทรวงแห่งมาตุภูมิ เหมือนสหรัฐอเมริกา 2.เป็นแนวทางเดียวกับประเทศอังกฤษ  คือให้ กอ.รมน.เป็น Home Office ดูแลความมั่นคงภายในประเทศทั้งหมด แต่ปรับลักษณะหน่วยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่สามารถสั่งการได้ทั้งในยามปกติ และ 3.ยกเลิก กอ.รมน.  แล้วส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องความมั่นคงภายในอยู่แล้ว

วันเดียวกันนี้ นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย พร้อมทั้ง สส.สามจังหวัดชายแดนใต้ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ และ กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางรับมือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นายซาการียากล่าวว่า ในนาม สส.ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในพื้นที่ และไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง จึงขอให้ กมธ.  2 คณะ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงสถานการณ์และแนวทางป้องกัน รวมถึงขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้านในตำบลช้างเผือก และตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการบริการประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาไฟเขียวพรก.กู้ หนูให้คำมั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร‘ชวน’กรีดแทรกตุลาการ

ฉลุย! สภาโหวต พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285 ต่อ 141 เสียง "อนุทิน" ขอบคุณทุกฝ่าย ยันรัฐบาลจะใช้เงินกู้ด้วยความสุจริต โปร่งใส  พิสูจน์ได้

อึ้ง! 5 จังหวัดใต้ชง 199 โครงการวงเงิน 5.7 หมื่นล้านให้ ครม.สัญจรเคาะ

ครม.สัญจรสงขลาเตรียมถกข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ วงเงินกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท 'พิพัฒน์' ย้ำกลั่นกรอง เลือกโครงการที่มีความพร้อม คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่