'ษิทรา' หอบงบการเงินจี้ดีเอสไอสอบ 'กันจอมพลัง' สงสัยเงินมูลนิธิซื้อที่ดิน-รถ 30 ล้าน

'ษิทรา' ยื่นงบการเงินมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ให้ดีเอสไอตรวจสอบ ตั้งข้อสังเกตเงินซื้อที่ดินกว่า 10 ล้าน ยานพาหนะราว 20 ล้าน และธุรกรรมโอนเงินกลางดึก เปรียบเทียบคดี 'บุ๋ม ปนัดดา' ที่ตำรวจเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ด้านดีเอสไอยืนยันไม่ล่าช้า เผยสอบพยานแล้วหลายสิบปาก เตรียมเชิญ 'กันจอมพลัง' ให้ข้อมูล
 
3 พฤศจิกายน 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เดินทางเข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เพื่อประกอบการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ พร้อมติดตามความคืบหน้าการสืบสวน โดยตั้งข้อสังเกตว่าคดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ 'บุ๋ม ปนัดดา'

นายษิทรากล่าวว่า เอกสารที่นำมายื่นครั้งนี้เป็นรายงานงบการเงินของมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ซึ่งได้รับจากนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ครอบคลุมธุรกรรมในช่วงปี 2568 โดยพบรายการใช้จ่ายหลายส่วนที่เห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญ ได้แก่ รายการซื้อที่ดินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเอกสารที่ตนได้รับไม่ได้ระบุรายละเอียดจำนวนแปลงหรือเนื้อที่อย่างชัดเจน รายการซื้อยานพาหนะมูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงงบประมาณสำหรับการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนบริเวณชายแดนที่ยังไม่มีรายละเอียดแจกแจงการใช้จ่ายเพียงพอ

นอกจากนี้ ยังพบรายการโอนเงินในช่วงเวลาประมาณ 01.00-02.00 น. ซึ่งนายษิทราตั้งข้อสงสัยถึงเหตุผลในการทำธุรกรรมดังกล่าว รวมทั้งต้องการให้ตรวจสอบว่าการอนุมัติใช้เงินจำนวนมากเป็นไปตามข้อบังคับของมูลนิธิและผ่านมติคณะกรรมการอย่างถูกต้องหรือไม่

อย่างไรก็ตาม รายการใช้จ่ายและช่วงเวลาการโอนเงินดังกล่าวยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย โดยต้องตรวจสอบเอกสารประกอบ วัตถุประสงค์ของธุรกรรม และคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นายษิทราระบุด้วยว่า ได้รับทราบข้อมูลว่าดีเอสไอเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นและมีธุรกรรมทางการเงินกับมูลนิธิแล้ว ขณะที่ น.ส.กาญจนา สถาวร หรือ 'อีฟ' อดีตประธานมูลนิธิ ได้ส่งเอกสารหลักฐานจำนวน 1 ลังให้เจ้าหน้าที่ผ่านคนขับรถ โดยไม่ได้เดินทางมายื่นด้วยตนเอง

นายษิทรากล่าวว่า คดีมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ มีเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบริษัทหลายแห่ง ทำให้การตรวจสอบอาจต้องใช้เวลามากกว่ากรณีมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา

สำหรับคดีของ น.ส.ปนัดดา นายษิทราแสดงความเห็นว่า เส้นทางการเงินที่ปรากฏตามข้อมูลที่ตนได้รับมีลักษณะตรงไปตรงมากว่า โดยมีประเด็นการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิไปยังผู้รับเหมาก่อสร้าง ก่อนมีการโอนต่อไปยังบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายษิทรายังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายการจัดซื้อสิ่งของและเวชภัณฑ์ของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับส่วนต่างในการจัดซื้อที่อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือมีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือไม่

ส่วนกรณีความขัดแย้งกับ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ 'ออยศรี' ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด นายษิทราชี้แจงว่า ไม่เคยมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนสนิทกับอีกฝ่าย แต่รู้จักกันในฐานะผู้ติดตามผลงานช่วงคดีหวย 30 ล้านบาท และเคยให้ช่วยดูแลเพจเฟซบุ๊ก เนื่องจากมีความสามารถในการเขียนข้อความและสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์

นายษิทรากล่าวว่า ภายหลังเกิดปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวจึงไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่ยังถูกอีกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิเสธว่า น.ส.บุญยนุชมีข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับคดีมูลนิธิองค์กรทำดี โดยเห็นว่าข้อมูลส่วนใหญ่มาจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

สำหรับความสัมพันธ์กับนายเดชา กิตติวิทยานันท์ นายษิทรายอมรับว่า ขณะนี้ได้ลดระดับความสัมพันธ์และยังไม่ได้พูดคุยกัน เนื่องจากไม่สบายใจที่อีกฝ่ายมีความใกล้ชิดกับบุคคลที่ตนมีปัญหาขัดแย้งด้วย รวมถึงการแสดงความคิดเห็นบางประเด็นผ่านรายการต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม นายษิทรายืนยันว่าไม่ได้มีความโกรธแค้นนายเดชา และยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน หากในอนาคตมีประเด็นที่ต้องร่วมกันตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ก็สามารถกลับมาพูดคุยหรือทำงานร่วมกันได้ตามปกติเมื่อเรื่องราวต่าง ๆ คลี่คลาย

ด้านคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงกรณีถูกวิจารณ์เรื่องความล่าช้าว่า การตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ ไม่ได้ดำเนินการล่าช้ากว่าคดีมูลนิธิองค์กรทำดี แต่มีรายละเอียดธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและบริษัทจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังไม่มีผู้เสียหายโดยตรงเข้ามาร้องทุกข์ในลักษณะเดียวกับบางประเด็นของคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ทำให้กระบวนการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานมีความแตกต่างกัน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่ผ่านมาได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายสิบปาก ทั้งบุคคลใกล้ชิด ผู้ประกอบการ บริษัทคู่ค้า และผู้มีชื่อเสียงที่เคยร่วมบริจาคเงิน รวมถึงนายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ 'หนุ่ม กรรชัย' และนายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบเอกสารการจัดตั้งมูลนิธิกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่ามูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ มีการจดทะเบียนจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมคือการดำเนินกิจกรรม การรับบริจาค และการเบิกจ่ายเงินว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้หรือไม่ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ดีเอสไอเตรียมออกหนังสือเชิญนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวช หรือ 'กันจอมพลัง' เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยานในเร็ว ๆ นี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานและเส้นทางการเงินของมูลนิธิ

การตรวจสอบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือมีบุคคลใดกระทำความผิดตามข้อร้องเรียน.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สนธิญา' บุก DSI ร้องสอบ 'กันจอมพลัง' 27 ปม จี้เปิดบัญชีเงินบริจาค

'สนธิญา' ยื่นดีเอสไอตรวจสอบ 'กันจอมพลัง' และมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ รวม 27 ประเด็น ทั้งที่มาและการใช้เงินบริจาค การติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ กล้อง CCTV และลากสายไฟฟ้า 3 กิโลเมตรในพื้นที่ชายแดนไ

'กัน จอมพลัง' พาพลทหารร้อง อ้างรับน้องโหด บังคับแก้ผ้า-ลนไฟ จี้กองทัพเรือตรวจสอบ

“กัน จอมพลัง” พาพลทหารผู้เสียหายเข้าร้องเรียน อ้างถูกทหารรุ่นพี่รับน้องและลงโทษอย่างโหดร้าย ภายใต้ข้ออ้างฝึกแบบหน่วยรบรีคอน ทั้งบังคับแก้ผ้า

รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องไม่ทำให้ทหารกดดัน

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชนชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า 'อินฟลูฯ' ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลค์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้ สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด

'กัน จอมพลัง' เปิดความจริงเหตุเผชิญหน้าที่ตู้คอนเทนเนอร์ 'ทมอดา' ยืนยันฝ่ายกัมพูชายั่วยุ-ติดอาวุธหาเรื่องก่อน

จากเหตุการณ์เผชิญหน้ากันที่บริเวณแนวรั้วตู้คอนเทนเนอร์ "ทมอดา" จ.ตราด ก่อนที่จะมีคำสั่งล่าสุดวันนี้จากผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ให้ย้าย นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ไปหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ