'กัน จอมพลัง' พาพลทหารร้อง อ้างรับน้องโหด บังคับแก้ผ้า-ลนไฟ จี้กองทัพเรือตรวจสอบ

“กัน จอมพลัง” พาพลทหารผู้เสียหายเข้าร้องเรียน อ้างถูกทหารรุ่นพี่รับน้องและลงโทษอย่างโหดร้าย ภายใต้ข้ออ้างฝึกแบบหน่วยรบรีคอน ทั้งบังคับแก้ผ้า ใช้ไฟลนร่างกาย และทำร้ายร่างกาย เรียกร้องกองทัพเรือเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน

22 มิถุนายน 2569 - นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" พา พลทหารภาณุวัฒน์ ผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนและเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อมวลชน หลังอ้างว่าถูกทหารรุ่นพี่และผู้บังคับบัญชาบางรายภายในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ลงโทษเกินกว่าเหตุและซ้อมทรมาน จนได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ

นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า หากข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความจริง ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการฝึกหรือการลงโทษทหารเกณฑ์ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบและวินัยของกองทัพ ไม่ควรใช้ความรุนแรงหรือการกระทำที่เกินขอบเขต จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับทหารเกณฑ์รายอื่น

นายกัณฐัศว์ ยังระบุว่า มีคลิปวิดีโอและภาพบาดแผลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยหลังเปิดเผยข้อมูล มีนายทหารชั้นสัญญาบัตรรายหนึ่งติดต่อเข้ามา และในช่วงแรกแสดงความเห็นว่าผู้เสียหายอาจแต่งเรื่องขึ้นเองหลังออกจากหน่วย แต่ภายหลังเมื่อได้รับหลักฐานเพิ่มเติม ได้ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงภายในกองร้อยของตน พร้อมกล่าวขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งยังฝากข้อสังเกตว่าการรับเรื่องร้องเรียนควรตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่ควรด่วนปฏิเสธหรือมองข้ามผู้ร้องเรียนที่มีหลักฐานประกอบ

ด้านพลทหารภาณุวัฒน์ เปิดเผยว่า ระหว่างอยู่ในค่ายทหาร เคยถูกปลุกกลางดึก ถูกสั่งให้คลานโดยใช้มือไขว้หลัง ถูกใช้เข็มขัดทำโทษ และอ้างว่าถูกบังคับให้แก้ผ้า ก่อนถูกใช้สเปรย์และไฟแช็กลนบริเวณอวัยวะเพศและร่างกายในบางจุด โดยผู้กระทำอ้างว่าเป็นการฝึกในรูปแบบหน่วยรบรีคอน ส่งผลให้ได้รับบาดแผลหลายแห่ง แต่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

พลทหารภาณุวัฒน์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเครียดสะสมอย่างหนัก จนเคยพยายามทำร้ายตนเองเพื่อหลีกหนีปัญหา และปัจจุบันอยู่ระหว่างรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยยอมรับว่าก่อนเข้ารับราชการทหารเคยมีปัญหาด้านสุขภาพจิตอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเปิดเผยถึงภาระครอบครัวว่า ตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวหลังแยกทางกับอดีตคู่ชีวิตก่อนเข้ารับราชการทหาร ขณะที่ลูกชายวัย 3 ขวบมีโรคหัวใจและเตรียมเข้ารับการผ่าตัด ทำให้มารดาต้องรับหน้าที่ดูแลหลานเพียงลำพัง ส่งผลให้เกิดความกังวลและแรงกดดันเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดข้างต้นเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ร้องเรียน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ

“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื

'พล.อ.อ.มานัต' ติดใจผลคัดเลือก 'เรือฟริเกต' ยื่น สตง. ตรวจสอบ 'โฆษกทร.' ยันยึดกติกาโปร่งใส

‘พล.อ.อ.มานัต’ ติดใจ ผลคัดเลือก "เรือฟริเกต" ยื่นหนังสือ สตง.ตรวจสอบ ย้ำ ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ งุบงิบทำ ไม่ปรึกษา สมาคมฯ ปรับเปลี่ยน มูลค่า Offset Policy จาก 2,250 ล้าน เป็น7,000 ล้าน ด้าน โฆษก ทร.ไล่เช็กเอกสาร ขอดูตัวจริง ย้ำ ไม่กังวล เป็นเรื่องต้องแถลง 18 ก.ย.อยู่แล้ว มั่นใจโปร่งใส ยึดกติกา ไม่มีใครอยากติดคุก

'ทภ.2' แจงไทม์ไลน์ยิบ ทหารกลับจากลาพักเสียชีวิตหลังค่าย พร้อมร่วมมือตรวจสอบโปร่งใส

กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีพลทหารเสียชีวิตภายในพื้นที่ใกล้เคียงหน่วย

รมว.กลาโหม แนะอินฟลูฯทำคอนเทนต์ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องไม่ทำให้ทหารกดดัน

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า หากจะเกิดการปะทะรอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ดังนั้นจึงขอให้ประชนชนอย่าวิตกกังวล แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือความเคลื่อนไหวของบุคคลที่เรียกว่า 'อินฟลูฯ' ที่ออกมาให้ข้อมูล โดยหวังยอดไลค์ และยอดผู้เข้าชม แต่ส่งผลให้ สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด