“ศ. ดร.ยศชนัน” เดินหน้ายกระดับไทยสู่ Scientific Wellness Economy ตั้งเป้าสร้างมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท ชู 3 เสาหลัก ดัน Siam Medica และ Siam Terra เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง
4 พฤศจิกายน 2569 - ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการการประชุม และมีกรรมการจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และผ่านระบบออนไลน์
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบกรอบการส่งเสริมและพัฒนา Wellness Economy ซึ่งมุ่งยกระดับไทยสู่ “Scientific Wellness Economy” ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ได้ 3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2575 และตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น Longevity Hub of Asia และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่ Preventive Health Hub, Thailand Healing Destinations และ Thailand Innovation Hub และมี 2 แผนงาน คือ Siam Medica ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสมูลค่าสูง และ Siam Terra ที่จะช่วยพลิกฐานเกษตรสู่อาหารแห่งอนาคตและชีวภาพมูลค่าสูง เป็นฐานทุนมนุษย์และเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศ 5 ด้าน ได้แก่ 1.กลไกการเงินที่ช่วยรับความเสี่ยง (Risk financing) 2.การปรับปรุงกฎระเบียบ 3.พื้นที่ทดลองนวัตกรรม (Innovation Sandbox) 4.บัญชีนวัตกรรม และ 5.เขตพื้นที่นวัตกรรม
สำหรับยุทธศาสตร์ Preventive Health Hub เน้นแนวทางพัฒนาแพ็กเกจตรวจสุขภาพมาตรฐาน 4 แผนตามช่วงอายุ เชื่อมโรงพยาบาลรัฐ–เอกชนกับการเดินทางและที่พัก กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และเสาที่ 2 Thailand Healing Destinations เน้นการพัฒนาโรงแรมเป็นสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพ เชื่อมโรงแรมกับโรงพยาบาล และสร้างเครือข่ายเมืองฟื้นฟูสุขภาพทั่วประเทศ เป็นการเติบโตระยะสั้นที่นำโดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำรายละเอียดแนวทางขับเคลื่อน พร้อมเห็นชอบร่างสมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ (Wellness White Paper) ที่จัดทำโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ในยุทธศาสตร์ Thailand Innovation Hub จะมุ่งเน้นการเติบโตระยะยาวด้วยนวัตกรรม ให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ขับเคลื่อนผ่าน Siam Medica และ Siam Terra ภายใต้แผนงานสำคัญระดับชาติ “Thailand² : Nation of Master” ตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพแม่นยำ อาหารแห่งอนาคต และการผลิตชีวภาพ (Siam Terra) ไปจนถึงอุตสาหกรรมยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์ ATMPs และบริการสุขภาพมูลค่าสูง (Siam Medica) โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแผนงาน/โครงการริเริ่ม (Initiatives) ซึ่งจะขับเคลื่อนโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวง และโครงการจำนวนหนึ่งจะนำเข้าสู่ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนใน Thailand² : Nation of Master ได้แก่
1. Siam Medica อาทิ โครงการ Data ConneX ของ Clinixir เชื่อมข้อมูลสุขภาพจากโรงเรียนแพทย์ด้วยมาตรฐานสากล รองรับการวิจัยทางคลินิก โรงงานผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMU) ของมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการ T-Xeno Hub สุกรดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยมหาวิทยาลัยมหิดลและเบทาโกร และการสร้างโอกาสและต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม Frontier ด้าน Wellness ในสาขา Medical AI และ Precision Medicine
2. Siam Terra ได้แก่ การปรับปรุงมันสำปะหลังไทยให้ต้านทานโรคใบด่างด้วยเทคนิคปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ โดยภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio Consortium)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบด้านการวิจัยในมนุษย์ ATMPs และสมุนไพร โดยสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล็อกคอขวดจากงานวิจัยสู่ตลาด
“ไทยมีจุดแข็งด้านบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวที่โลกยอมรับ สิ่งที่ต้องทำคือใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเชื่อมจุดแข็งทั้งหมดเป็นระบบเดียว ตั้งแต่เกษตร อุตสาหกรรม ไปจนถึงบริการ ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ดร.สุรชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพไทยมีมูลค่า 2.11 ล้านล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.7 ต่อปี โดยกลุ่ม Wellness Hub จะเพิ่มสัดส่วนจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 35 ของมูลค่ารวม สะท้อนโอกาสต่อยอดภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้รองรับตลาดบริการสุขภาพที่ขยายตัว พร้อมเพิ่มความสามารถการผลิตในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้า
“การดำเนินงานต้องเร่งพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานวิจัย ควบคู่กับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้นำโลก และใช้การจัดซื้อจัดจ้างเปิดตลาดนวัตกรรมไทย โดยมีโครงการเสริม อาทิ ศูนย์กลางวัคซีนสัตว์อาเซียน TH Sensory Experience Lab และ Medical Device Sandbox สำหรับทดสอบและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยง พร้อมนำร่องในจังหวัดที่มีศักยภาพก่อนขยายผล เพื่อให้ประโยชน์ไปถึงผู้ประกอบการ บุคลากร และเศรษฐกิจฐานราก” ดร.สุรขัย กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ยศชนัน“ เปิดงาน Collective Housing Award 2026 เสนอไทยเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ “บ้านชุมชน“ จับมือ UN Habitat มอบรางวัล 87 ชุมชนเข้มแข็งทั่วเอเชีย
พม. ร่วมกับ พอช. จัดงาน “Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026” ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2569
อุเทนถวาย…ตอบยากจริงๆ
เรื่องย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่เดิมตรงถนนพญาไท ดูท่าจะไม่จบกันง่ายๆ
นักศึกษาอุเทนถวายก้มกราบ 'ยศชนัน' วอนทบทวนย้ายพื้นที่ ขอคืนห้องเรียนเดิม
ตัวแทนนักศึกษาอุเทนถวายเข้ายื่นหนังสือถึง รมว.อว. ขอทบทวนแนวทางย้ายสถานศึกษา พร้อมก้มกราบต่อหน้า
'ยศชนัน' เดินหน้าย้ายอุเทนถวาย ลดค่าเทอม 50% ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน
รมว.อว.หารืออุเทนถวาย-สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ยืนยันย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย พร้อมเยียวยานักศึกษา ลดค่าเทอม 50% ประสานราชมงคลเปิดห้องแล็บรองรับ เผยจุฬาฯ ยืนยันไม่นำพื้นที่เดิมไปใช้เชิงพาณิชย์
'ยศชนัน' เตือนช่องโหว่ PHP สั่งหน่วยงาน อว.เร่งอุดความเสี่ยงข้อมูลรั่ว
‘ยศชนัน’ เผย OpenAI ตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบ PHP เสี่ยงถูกเจาะระบบ สั่งหน่วยงานในสังกัด อว.เร่งตรวจสอบและอัปเกรด พร้อมประส
'ยศชนัน' ไม่หวั่นกระแสข่าวกล้าธรรมซบภูมิใจไทย ยังไร้สัญญาณปรับครม.
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะมาควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้มีท่าที

