“ยศชนัน“ เปิดงาน Collective Housing Award 2026 เสนอไทยเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ “บ้านชุมชน“ จับมือ UN Habitat มอบรางวัล 87 ชุมชนเข้มแข็งทั่วเอเชีย

พม. ร่วมกับ พอช. จัดงาน “Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026” ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2569 เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันอยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ชูแนวคิด “การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน” ที่ขับเคลื่อนสำเร็จผ่านโครงการ “บ้านมั่นคง” สู่เวทีระดับภูมิภาคเอเชีย พร้อมมอบรางวัลยกย่อง 87 โครงการต้นแบบจาก จากทั่วเอเชีย มุ่งผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda)

ทำเนียบรัฐบาล/25 ตุลาคม 2569-ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดงาน “Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026” หรือ “เวทีสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จัดการโดยชุมชนที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นเลิศ จำนวนทั้งสิ้น 87 โครงการ จาก 13 ประเทศและเขตปกครองในภูมิภาคเอเชีย แบ่งเป็น โครงการในประเทศไทย จำนวน 52 โครงการ  โดยมี ผู้นำชุมชน นักวิชาการ ภาคีจากต่างประเทศ และผู้นำชุมชนโครงการบ้านมั่นคงจากทั่วประเทศไทย จำนวนกว่า 400 คนเข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ขับเคลื่อนแนวคิด “การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน” (Collective Housing) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านมั่นคง” ยกระดับไปสู่เวทีนานาชาติ จัดงาน “Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026” หรือ “เวทีสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน” ร่วมกับภาคีเครือข่ายสากล เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส วันอยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อมุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน และขยายผลบทเรียนความสำเร็จของการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลางไปสู่ระดับสากล

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  กล่าวว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พบข้อเท็จจริงว่าการแก้ไขปัญหาการย้ายถิ่นฐานไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การมีโครงสร้างบ้านหลังใหม่ แต่หัวใจสำคัญของชาวบ้านคือเรื่องของ “ความเป็นชุมชน” และ “แหล่งประกอบอาชีพ” หากย้ายไปพื้นที่ใหม่แล้วไม่สามารถดำรงชีวิตหรือมีอาชีพรองรับได้อย่างยั่งยืน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาวงจรอันเลวร้ายของความยากจนได้ ซึ่งในปัจจุบันวิกฤตที่อยู่อาศัยถูกบีบด้วยสองขั้วสุดโต่ง คือ ขั้วกลไกตลาด ที่ทำให้ที่ดินราคาสูงถูกกว้านซื้อโดยกลุ่มทุน และ ขั้วการช่วยเหลือจากรัฐฝ่ายเดียว ที่เป็นการให้ความช่วยเหลือมากเกินไปจนลดทอนศักยภาพการตัดสินใจของมนุษย์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อ รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการหาจุดสมดุลตรงกลางด้วยการส่งเสริมแนวคิด Collective Housing ที่ผสานนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) และนวัตกรรมเชิงกระบวนการ (Process Innovation) เช่น การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ การสร้างระบบสหกรณ์เคหสถาน การวางผังออกแบบบ้านร่วมกับสถาปนิก และการจัดระเบียบสิทธิในที่ดินร่วมกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ พอช. ดำเนินการประสบผลสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาให้หลากหลายประเทศทั่วโลก และคงเป็นเรื่องดีหากจะสามารถใช้ประเทศไทย เป็นพื้นที่การเรียนรู้ให้นานาประเทศ เข้ามาศึกษาและร่วมพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนด้วยกาามีส่วนร่วมของชุมชนเองได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชากรโลกมากกว่า 1,000 ล้านคน (1 Billion People) ที่ยังคงอาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยที่ไม่เป็นทางการหรือชุมชนแออัด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และการพัฒนาเมืองทั่วโลก หากไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มนี้ได้ ก็จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ได้เลย โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) และเป้าหมายที่ 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) การขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคมด้านที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวในตอนท้าย

ส่วนนายนิกร โสมกลาง ได้กล่าวรายงานการดำเนินนโยบายในฐานะ รมว.พม. ว่า โครงการ “บ้านมั่นคง” ตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา สามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบทไปแล้วกว่า 144,467 ครัวเรือน ใน 1,637 ชุมชนทั่วประเทศ และจากความสำเร็จนี้ ประเทศไทยได้ร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส “วันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day)” ขององค์การสหประชาชาติ ยกระดับประสบการณ์ชุมชนไทยสู่สากล ผ่านการจัดงานสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัล Collective Housing Award 2026 มอบรางวัลยกย่อง 87 โครงการต้นแบบจากนานาประเทศในเอเชีย

นายนิกร กล่าวต่อ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าขับเคลื่อน 5 นโยบายเชิงรุกใหม่ เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ได้แก่

  1. โครงการบ้านมั่นคงริมราง เร่งรัดการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวระหว่างชุมชนกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบขนส่งทางราง โดยยึดหลักการว่า "การพัฒนาเศรษฐกิจและการคมนาคมระบบราง ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ความเจริญของเมืองต้องไม่ทอดทิ้งชุมชนดั้งเดิม"
  2. โครงการบ้านมั่นคงชายแดน เปลี่ยนพื้นที่ชายแดนจากแนวกันชนทางยุทธวิธี ให้กลายเป็นกระบวนการ "สร้างบ้านมั่นคง สร้างชุมชนเข้มแข็ง พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง" บูรณาการสิทธิที่ดิน พลังงานสะอาด สาธารณูปโภค และเศรษฐกิจชายแดน โดยในปี 2570 มีเป้าหมายขยายผลร่วมกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพภาค ครอบคลุม 31 จังหวัดชายแดนทั่วประเทศ มุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์เร่งด่วนในภาคอีสาน แนวแม่น้ำโขง ภาคเหนือ และชายแดนภาคใต้
  3. โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุทกภัย และภัยแล้ง ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบแนวลำน้ำสาธารณะและดำรงวิถีชุมชนอย่างเป็นธรรม
  4. โครงการบ้านมั่นคงด้านพลังงาน ผสานพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Clean & Green Energy) เข้าสู่ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ลดภาระค่าครองชีพและนำชุมชนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
  5. การผลักดันเชิงโครงสร้างสู่ “สหกรณ์ประเภทที่ 8” ผลักดันการจัดตั้งสหกรณ์รูปแบบใหม่ที่สามารถดำเนินงานได้ทุกมิติ ไม่ใช่เพียงเรื่องที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นเครื่องมือทางกฎหมายและการเงินที่สอดรับกับวิถีชุมชน รองรับการถือครองที่ดินร่วม การบริหารทุนชุมชน และการพัฒนาเมืองโดยประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้มอบรางวัล Collective Housing Award 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จัดการโดยชุมชนที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นเลิศ จำนวนทั้งสิ้น 87 โครงการ จาก 13 ประเทศและเขตปกครองในภูมิภาคเอเชีย แบ่งเป็น โครงการในประเทศไทย จำนวน 52 โครงการ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จและพัฒนาการอันหลากหลายของโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ ทั้งชุมชนเมือง ชุมชนริมคลอง ชุมชนริมราง ชุมชนชนบท และชุมชนชายแดน โครงการจากต่างประเทศและเขตปกครองอื่น ๆ รวมจำนวน 35 โครงการ ซึ่งโครงการที่ได้รับรางวัลทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยร่วมกันของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ครอบคลุมทั้งการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การเงินฐานราก การพัฒนาสวัสดิการสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงาน Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026 เป็นการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนในภูมิภาคเอเชีย โดยใช้พลังของชุมชนและการเรียนรู้ร่วมกันเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้ มีความมั่นคง และนำไปสู่เมืองและชุมชนที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับทุกคน สอดคล้องกับวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda) ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน การเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับทุกคน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ชุมชนคลองลัดภาชี” โชว์ “บ้านมั่นคง-Zero Waste”  คณะศึกษาดูงาน Collective Housing Award 2026

พอช. นำคณะผู้เข้าร่วมโครงการเวทีสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน (Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026)

'ยศชนัน' เดินหน้าย้ายอุเทนถวาย ลดค่าเทอม 50% ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน

รมว.อว.หารืออุเทนถวาย-สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ยืนยันย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย พร้อมเยียวยานักศึกษา ลดค่าเทอม 50% ประสานราชมงคลเปิดห้องแล็บรองรับ เผยจุฬาฯ ยืนยันไม่นำพื้นที่เดิมไปใช้เชิงพาณิชย์

'ยศชนัน' เตือนช่องโหว่ PHP สั่งหน่วยงาน อว.เร่งอุดความเสี่ยงข้อมูลรั่ว

‘ยศชนัน’ เผย OpenAI ตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบ PHP เสี่ยงถูกเจาะระบบ สั่งหน่วยงานในสังกัด อว.เร่งตรวจสอบและอัปเกรด พร้อมประส

“บ้านมั่นคงชายแดน” สร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดน

กระทรวง พม. โดย พอช. ขับเคลื่อน "โครงการสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนไทย (พ.ศ. 2570–2574)" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต