รัฐบาลเดินหน้าดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หลัง S&P คงอันดับเครดิตไทยพร้อมมุมมองมีเสถียรภาพ ชู AI-Data Center และ EEC เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน ย้ำต้องคุมภาระหนี้และความเสี่ยงทางการคลัง ไม่ใช่การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ
7 พฤศจิกายน 2569 - น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสและวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาว ภายหลังสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P คงอันดับเครดิตของประเทศไทยและคงมุมมองมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง
น.ส.ลลิดากล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงผ่านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะว่า รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการบริหารการคลังอย่างมีวินัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ รายงานของ S&P กล่าวถึงมาตรการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของไทย โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก ตลอดจนการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคโนโลยี
S&P ประเมินว่า การลงทุนอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจช่วยฟื้นฟูขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย และเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
"การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ได้มุ่งเพียงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานใหม่ พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตและปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก" น.ส.ลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ โดยรายงาน S&P กล่าวถึงโครงการตามแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านรัฐวิสาหกิจและรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่จำเป็นต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ภาระทางการเงิน และความเสี่ยงที่ภาครัฐต้องรับผิดชอบ โดยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนโครงการพัฒนาประเทศ
"การลงทุนเพื่ออนาคตและการรักษาวินัยการคลังต้องดำเนินควบคู่กัน ประเทศจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องพิจารณาความคุ้มค่าของโครงการและบริหารภาระทางการเงินอย่างรอบคอบ" น.ส.ลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ผลการประเมินของ S&P ในรอบนี้เป็นเพียงการคงอันดับความน่าเชื่อถือและคงมุมมองมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การปรับเพิ่มอันดับเครดิต โดยรัฐบาลจะใช้การลงทุนในเทคโนโลยี อุตสาหกรรมใหม่ และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปลาตายปราจีนบุรี รัฐบาลไม่ฟันธงมลพิษอลูมิเนียมในน้ำ
รัฐบาลย้ำไม่ด่วนสรุปเหตุปลาตายปราจีนบุรี คพ. เดินหน้าตรวจสอบอะลูมิเนียมในน้ำ พร้อมเตรียมเก็บตะกอนดินหลังน้ำลด

