
ผู้บริหาร กทม. ตั้งโต๊ะแถลงผลตรวจสอบสถานประกอบการไม่ตรงมาตรฐาน 83 แห่ง สั่งปิดจริงแล้ว 3 แห่ง ‘รองผู้ว่าฯ’ แนะ ต้องตรวจทุกแห่งที่มีข้อสงสัย
8 ส.ค.2565-ที่ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(รองผู้ว่าฯกทม.) น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. และนายขจิต ชัชชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงผลการตรวจสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา กทม.ได้ตรวจสถานประกอบการ 494 แห่ง พบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ที่สำรวจพบปัญหาลักษณะทางเข้าออก หรือประตูทางออก จำนวน 83 แห่ง ปัจจุบันสั่งปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 2 แห่ง แก้ไขเรียบเรียบร้อยแล้ว 4 แห่ง ออกหนังสือให้แก้ไขแล้ว 12 แห่ง และอยู่ระหว่างออกหนังสือให้ดำเนินการแก้ไข 62 แห่ง โดยให้ระยะเวลาสถานประกอบการในการปรับปรุง ให้ตรงตามมาตรฐาน 7 วัน และต้องปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย รวมถึงรายงานความคืบหน้ากับทาง กทม.ด้วย
ส่วนน.ส.ทวิดา กล่าวว่า กทม.กวดขันมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างเข้มงวด เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จึงต้องตรวจสอบสถานประกอบการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยสถานประกอบการทั้ง 83 แห่ง ไม่ตรงตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น บางรายตักเตือนด้วยวาจา เพราะเป็นเรื่องที่ปรับปรุงได้โดยเร็ว แต่บางรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการ จำเป็นต้องสั่งปิด หากไม่แก้ไขจะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ และกรอบระยะเวลาการตรวจ โดยปกติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) จะดำเนินการตรวจสถานประกอบการโดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจโรค และคลัสเตอร์ แต่เมื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีนโยบายตรวจมาตรฐานความปลอดภัย สำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตต้องรายงานเกี่ยวกับสถานประกอบการที่ต้องสงสัยว่า ไม่ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และการประกอบกิจการที่ไม่ตรงกับใบอนุญาต ทุกสัปดาห์
“นอกจากนี้ สำนักงานเขตจะต้องมีแผนการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ร่วมกับสำนักการโยธา ที่จะตรวจเรื่องโครงสร้าง การใช้พื้นที่ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่จะต้องตรวจวัสดุ ความเสี่ยง และระบบไฟ โดยเราพยายามจะตรวจสถานประกอบการทุกที่ที่มีข้อสงสัย และร่วมมือกับตำรวจ และหน่วยงานอื่นให้รอบคอบและรัดกุมขึ้น ขอให้สถานประกอบการ สื่อสารเรื่องประตูทางออก และวัสดุไวไฟไปยังประชาชนที่ใช้บริการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในยามฉุกเฉิน”
ด้านนายขจิต กล่าวว่า สถานประกอบการที่ไม่ตรงตามมาตรฐานส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องการตรวจจับควันไฟ ถังดับเพลิงมีไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ทางหนีไฟ แสงสว่าง และไฟสำรอง ซึ่งกทม.ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการทั้งกลางวัน และกลางคืน พร้อมทั้งกำชับห้ามเปิดเกินเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับ กฎกระทรวงข้อกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ.2555 ส่วนกรณีที่พบว่า เขตจตุจักรมีสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน 38 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นร้านที่มีดนตรีเล่นแล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐานประมาณ 5 แห่ง ได้สั่งการยกเลิกการแสดงดนตรีแล้ว โดยอีก 30 แห่ง จะเร่งตรวจสอบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมชัย' สะท้อนผลเลือกตั้ง 'สก.' ความสำเร็จการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวง ยังคงอยู่
อดีตกกต. ชี้การเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ
'เลขาฯปชน.' ปัดเดินเกมพลาด แพ้เลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม.' เหตุดึง 'สุรพล' ร่วมงานพรรค
เลขาฯพรรคปชน. บอกน้อมรับและรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่องในการพ่ายแพ้เลือกตั้ง
'อัษฎางค์' ชำแหละ ฝ่ายตรงข้ามพลาด 5 เรื่องหลัก ตีโจทย์4ปีทำไม่ได้ตามที่หาเสียง 'ชัชชาติ' ไม่แตก
เอ็ดดี้ชี้ฝ่ายตรงข้ามพลาด เพราะมีคำถามเรื่องผลงาน แต่ไม่มีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชัชชาติคือผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความล้มเหลว
คะแนนทะลุล้าน! 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯกทม.สมัย2 ลุยคลายปมความโปร่งใส ปราบทุจริตคอรัปชัน
ชัชชาติ ลั่นสิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอรัปชัน ต้องทำต่ออย่างเข้มข้น ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยัน จะเดินหน้าต่อ 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ละเลยและทำอย่างเข้มข้น
'มัลลิกา' ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะ พร้อมเปิดให้นำ 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอด
มัลลิกา ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะ พร้อมเปิดให้นำ 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ
'มาร์ค' ลุ้นได้ 'ส.ก.' ตามเป้า ตรวจสอบการทำงานผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ยอมรับความพ่ายแพ้
พรรคประชาธิปัตย์แถลงยอมรับความพ่ายแพ้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ขอบคุณทุกคะแนนเสียง 'อภิสิทธิ์' ลุ้นได้ ส.ก.ตามเป้า

