ผงะ! กทม. พบสถานประกอบการไม่ได้มาตรฐาน 85 แห่ง สั่งปิดทันที 3 แห่ง

ผู้บริหาร กทม. ตั้งโต๊ะแถลงผลตรวจสอบสถานประกอบการไม่ตรงมาตรฐาน 83 แห่ง สั่งปิดจริงแล้ว 3 แห่ง ‘รองผู้ว่าฯ’ แนะ ต้องตรวจทุกแห่งที่มีข้อสงสัย

8 ส.ค.2565-ที่ศาลว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(รองผู้ว่าฯกทม.) น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. และนายขจิต ชัชชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงผลการตรวจสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา กทม.ได้ตรวจสถานประกอบการ 494 แห่ง พบสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ที่สำรวจพบปัญหาลักษณะทางเข้าออก หรือประตูทางออก จำนวน 83 แห่ง ปัจจุบันสั่งปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 2 แห่ง แก้ไขเรียบเรียบร้อยแล้ว 4 แห่ง ออกหนังสือให้แก้ไขแล้ว 12 แห่ง และอยู่ระหว่างออกหนังสือให้ดำเนินการแก้ไข 62 แห่ง โดยให้ระยะเวลาสถานประกอบการในการปรับปรุง ให้ตรงตามมาตรฐาน 7 วัน และต้องปิดให้บริการเพื่อความปลอดภัย รวมถึงรายงานความคืบหน้ากับทาง กทม.ด้วย

ส่วนน.ส.ทวิดา กล่าวว่า กทม.กวดขันมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างเข้มงวด เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จึงต้องตรวจสอบสถานประกอบการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยสถานประกอบการทั้ง 83 แห่ง ไม่ตรงตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น บางรายตักเตือนด้วยวาจา เพราะเป็นเรื่องที่ปรับปรุงได้โดยเร็ว แต่บางรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการ จำเป็นต้องสั่งปิด หากไม่แก้ไขจะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ และกรอบระยะเวลาการตรวจ โดยปกติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) จะดำเนินการตรวจสถานประกอบการโดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจโรค และคลัสเตอร์ แต่เมื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีนโยบายตรวจมาตรฐานความปลอดภัย สำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตต้องรายงานเกี่ยวกับสถานประกอบการที่ต้องสงสัยว่า ไม่ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และการประกอบกิจการที่ไม่ตรงกับใบอนุญาต ทุกสัปดาห์

“นอกจากนี้ สำนักงานเขตจะต้องมีแผนการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ร่วมกับสำนักการโยธา ที่จะตรวจเรื่องโครงสร้าง การใช้พื้นที่ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่จะต้องตรวจวัสดุ ความเสี่ยง และระบบไฟ โดยเราพยายามจะตรวจสถานประกอบการทุกที่ที่มีข้อสงสัย และร่วมมือกับตำรวจ และหน่วยงานอื่นให้รอบคอบและรัดกุมขึ้น ขอให้สถานประกอบการ สื่อสารเรื่องประตูทางออก และวัสดุไวไฟไปยังประชาชนที่ใช้บริการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในยามฉุกเฉิน”

ด้านนายขจิต กล่าวว่า สถานประกอบการที่ไม่ตรงตามมาตรฐานส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องการตรวจจับควันไฟ ถังดับเพลิงมีไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ทางหนีไฟ แสงสว่าง และไฟสำรอง ซึ่งกทม.ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการทั้งกลางวัน และกลางคืน พร้อมทั้งกำชับห้ามเปิดเกินเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับ กฎกระทรวงข้อกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ.2555 ส่วนกรณีที่พบว่า เขตจตุจักรมีสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน 38 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นร้านที่มีดนตรีเล่นแล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐานประมาณ 5 แห่ง ได้สั่งการยกเลิกการแสดงดนตรีแล้ว โดยอีก 30 แห่ง จะเร่งตรวจสอบต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอ็ดดี้' ตามแซะ 'ชัชชาติ' ส่งสัญญาณบอกตั้งนานแล้วว่ามาเพื่อแกง!

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค" โพสต์รูปภาพ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ

เอาแล้ว! เพื่อไทยฟาด 'ชัชชาติ' ลายออกพุงกาง สารพัดส่วยว่อน กทม.

'จิรายุ' ผิดหวัง 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ 9 เดือน ลายเริ่มออกพุงกาง เกียร์ว่างไม่ปัดกวาด กทม. ถึงขั้น ป.ป.ช. บุกจับส่วยข้าวเด็กโรงเรียนเอง

ฝุ่น PM2.5 ยังท่วมกรุง! เกินค่ามาตรฐาน 70 พื้นที่

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยตรวจวัดได้ 61-116 ไมโครกรัม (มคก.) / ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

'วราวุธ' ชี้มาตรการ 'เวิร์คฟอร์มโฮม' ใช้รถยนต์น้อยลง ช่วยลดค่าฝุ่น PM 2.5

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์ ถึงสภาพอากาศไม่ดีช่วงนี้ที่ได้รับผลกระทบต่อฝุ่น PM 2.5 ว่า ช่วงนี้มีสภาพอากาศหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ส่งผลให้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 สะสมตัว

เช็กด่วน! เช้าวันนี้ กทม.อ่วมหนัก ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 70 พื้นที่

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอสรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) ตรวจวัดได้ 57-97 มคก./ลบ.ม.