18 พ.ย.2564 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการสมรสเฉพาะชายกับหญิงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐบาลได้เสนอให้มีการทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิต พ.ศ. ... เสร็จแล้ว และเสนอไปที่คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ซึ่งวิป มีข้อทักท้วงบางอย่าง จึงส่งกลับไปที่กระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงยุติธรรม ให้ปรับปรุงบางอย่างเพิ่มเติม ซึ่งตอนที่ตนร่วมประชุมกับวิป ได้หยิบยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา และขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปจัดทำมาให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรให้ทันสมัยประชุมนี้ เพราะทำตัวร่างพ.ร.บ.เสร็จแล้ว คณะรัฐมนตรีผ่านแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจเสร็จแล้ว แต่ติดอยู่ที่วิป ซึ่งที่จริง เหตุที่ติดที่วิปเพราะมีคนไปร้องคัดค้าน
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในร่างพ.ร.บ.นี้ คือรัฐบาลทำเป็นร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต แยกออกมาจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถือว่าสมประโยชน์กับฝ่ายที่ต้องการจะสมรสแม้มีเพศสภาพ ที่แตกต่างกันอย่างไรก็ตาม แต่ฝ่ายที่ต้องการก็ยังต้องการมากกว่านี้ คือเขาไม่ต้องการทำเป็นพ.ร.บ.แยกต่างหาก แต่ต้องการให้เอาไปใส่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตราใดที่กำหนดว่าชายและหญิงสมรสกันก็ให้มีคำว่าชายกับชาย หรือหญิงกับหญิงด้วย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาและหลายกระทรวงไม่เห็นด้วย อีกทั้งหลายประเทศก็ไม่ได้เอามารวมกัน เพราะถ้ารวมกัน มันจะยุ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ยอมรับสถานะให้สามารถจดทะเบียนสมรสได้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว แต่เมื่อต้องการอย่างอื่นมากไปกว่านั้น มันจะลำบาก และจะไปพันกันแล้วทำให้ระบบกฎหมายเก่าเลอะเลือนไปหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ให้ลองนำกลับไปคิดใหม่อีกครั้ง
นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้คนที่เป็นนักกฎหมายอาจเข้าใจ แต่คนที่ไม่ใช่นักกฎหมายก็อาจไม่เข้าใจ และข้อสอบในเนติบัณฑิตยสภาเคยออกเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม หลายคนอ่านรัฐธรรมนูญแล้วอ่านมาตรา 1, 2, 3, 4, 5 แล้วเข้าใจว่ามาตราเหล่านี้พูดถึงว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้ รวมถึงพูดถึงความมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น เมื่อเขาไปเจออะไรที่มันขัดกับสิ่งเหล่านี้ ก็จะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขัด ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาแล้วหลายเรื่อง และข้อสอบเนติบัณฑิตยสภาเคยออกมาแล้วว่ามาตราเหล่านี้ในตัวมันเองไม่ได้ให้ความคุ้มครองอะไร แต่ต้องไปรอออกเป็นพ.ร.บ. หรือออกกฎหมายใหม่ ดังนั้นใครที่ไปเปิดรัฐธรรมนูญ เจอมาตรา 5 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเมื่ออ่านเจอกฎหมายอะไรที่ขัดกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก็ไปยื่นร้องเลยว่าขัดรัฐธรรมนูญ แบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับ แต่ศาลฯจะรับต่อเมื่อมี พ.ร.บ.ที่ไปขัดกับมาตราอื่นๆในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มาขัดกับมาตราที่อยู่ในบททั่วไปเหล่านี้ ซึ่งการบ้านที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ไว้คือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเร่งออกกฎหมายลูกให้เร็ว ให้ทัน เพราะตอนนี้บางฉบับไม่ได้ออก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
'สว.อังคณา' ยืนยันไม่ได้เคลื่อนไหวถึงรัฐบาล หลังเหตุกราดยิงทหารพรานดับ 5
"สว.อังคณา" แจงข่าวปลอม ยืนยันไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล ภายหลังทหารพรานถูกยิงตาย 5 ศพ รวมถึงพลเรือนและเด็กได้รับบาดเจ็บ มีการประกาศขยายอำนาจการใช้กฎอัยการศึกในการตรวจค้น
สภาฯ รับหลักการแก้กฎหมายโรงแรม-คนเข้าเมือง ฝ่ายค้านกังวลร่าง ครม. แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คนเข้าเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ และ ร่างพ.ร.บ.ทำนองเดียวกัน อีก 1 ฉบับ
เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ
ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล
สภาฯ บรรจุวาระ 'กฎหมายนิรโทษกรรม' ลุ้นคลอด 8 ก.ค. 'สว.' ตอกฝาโลงห้ามล้างคดี 112 เยาวชน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว
'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล

