กสม.ชี้อธิบดีดีเอสไอยึดโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ในสังกัดไปตรวจสอบ หลังพบเอกสารราชการหลุด เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิด
06 ก.ค.2566 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมกราคม 2566 จากผู้ร้องรายหนึ่งระบุว่า เมื่อเดือน ก.ย.2565 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับพวก รวม 6 คน ได้เข้ามาที่สำนักเลขานุการกรม และสั่งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในสำนักดังกล่าว ส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนบุคคล พร้อมทั้งให้เขียนชื่อและรหัสผ่านให้ โดยแจ้งว่าจะนำไปตรวจสอบเกี่ยวกับคดีพิเศษเป็นกรณีเร่งด่วน และสั่งให้ทำหนังสือยินยอมให้ตรวจสอบข้อมูลด้วย ผู้ร้องเห็นว่า การยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่ใช่การปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบ
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ได้ให้การรับรองสิทธิของบุคคลที่จะไม่ถูกแทรกแซงความเป็นส่วนตัวไว้ การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัว หรือการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
จากการตรวจสอบรับฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อเดือน ก.ย.2565 อธิบดีและรองอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปที่ส่วนช่วยอำนวยการและประสานราชการ สำนักเลขานุการกรม เนื่องจากพบเบาะแสว่ามีเอกสารราชการซึ่งเป็นหนังสือร้องเรียนข้าราชการดีเอสไอถูกถ่ายภาพส่งออกไปให้บุคคลภายนอก โดยมีการนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่ส่วนงานดังกล่าวไปตรวจสอบ ซึ่งดีเอสไอชี้แจงว่า การนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเป็นการกระทำภายใต้ความสมัครใจยินยอม เพื่อตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าลักษณะเป็นความผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กสม. เห็นว่าอธิบดีดีเอสไอในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรม ชอบที่จะใช้อำนาจดำเนินการตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติไว้ โดยสามารถตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ได้หากมีการกระทำความผิดจริง ทั้งนี้ การเลือกใช้วิธีสืบสวนข้อเท็จจริง ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้จะสามารถระบุตัวเจ้าหน้าที่ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยให้เหลือน้อยลง และคณะกรรมการทางวินัยยังสามารถเรียกเอกสารหลักฐานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนได้ ประกอบกับดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน การสืบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ส่งเอกสารราชการให้บุคคลภายนอกจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ระหว่างนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปตรวจสอบนั้น เจ้าหน้าที่รายหนึ่งได้ยอมรับต่อผู้บังคับบัญชาว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหากดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ย่อมสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก และการเลือกใช้ขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดจะไม่กระทบสิทธิในความเป็นส่วนตัว และสิทธิในการติดต่อสื่อสารถึงกันของเจ้าหน้าที่อื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ดังนั้น การที่ดีเอสไอเลือกใช้วิธีการนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบย่อมเป็นการกระทำในลักษณะเหมารวมซึ่งเกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน แม้ดีเอสไออ้างว่า การนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกระทำภายใต้ความสมัครใจยินยอมของเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานะและการดำรงตำแหน่งบริหารของอธิบดีกับพวก การให้ความยินยอมดังกล่าวน่าเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากความสมัครใจยินยอมอย่างแท้จริง แต่อาจเป็นเพราะความเกรงกลัวต่ออำนาจบังคับบัญชาที่สามารถให้คุณให้โทษได้ ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ผู้ถูกตรวจสอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่าไม่ได้สมัครใจยินยอมให้ตรวจสอบแต่อย่างใด ดังนั้น การยินยอมในสถานการณ์เช่นนั้นจึงเป็นเพราะตกอยู่ในสภาวะจำยอม และนำมาสู่การร้องเรียนตามคำร้องนี้ ดังนั้น การที่ดีเอสไอเลือกใช้วิธีการนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ โดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ไม่เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และไม่สอดคล้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนที่กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนพึงปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายและตามทำนองคลองธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
การกระทำดังกล่าวของอธิบดีดีเอสไอกับพวก จึงเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566 จึงมีข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกระทรวงยุติธรรม โดยให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการกับอธิบดีดีเอสไอกับพวก ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนข้างต้น นอกจากนี้ให้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้อำนาจที่อาจกระทบต่อสิทธิในความเป็นส่วนตัว หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ โดยให้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตรียมหนาว! อธิบดีดีเอสไอเซ็นรับคดี Forex เป็นคดีพิเศษแล้ว
'อธิบดีดีเอสไอ' เซ็นรับสอบสวนคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษแล้ว พร้อมขยายครอบคลุมกฎหมายทุกฉบับ อาทิ แชร์ลูกโซ่-กฎหมายหลักทรัพย์-ฉ้อโกง ขณะที่ 'ป้อมภาวุธ-ฟิล์มรัฐภูมิ' ยังคงเงียบ
กสม.ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน แนะกอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดกล้องบันทึกภาพอย่างเคร่งครัด
กสม. สานต่อความร่วมมือ ตร. ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน เพื่อยกระดับมาตรฐาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสถานีตำรวจตามหลักสิทธิมนุษยชน แนะ กอ.รมน. ภาค 4 สน. กำชับเจ้าหน้าที่ติดกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์อย่างเคร่งครัด หลังปรากฏกรณีจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงโดยอ้างเหตุสุดวิสัยไม่บันทึกภาพ
กสม. ประณามคนร้ายสุดป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม ยิงตำรวจปัตตานี เมียดับขณะอุ้มลูก
กสม. แถลงประณาม คนร้ายแต่งหญิงสวมฮิญาบยิงตำรวจยะหริ่ง ทำภรรยาดับสลดคาอกขณะอุ้มทารก-ลูกบาดเจ็บ ชี้เป็นการกระทำสุดป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม ขัดกฎหมายสากล จี้ทุกฝ่ายหยุดรุนแรงต่อเด็กและสตรี พร้อมเร่งลากตัวผู้ก่อเหตุชดใช้กรรมด่วน
'กสม.' ชี้ โรงเรียนเอกชนให้ออก นักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ลงโทษเกินระเบียบศธ. แนะช่วยเหลือฟื้นฟู
'กสม.' ชี้ โรงเรียนเอกชนลงโทษนักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วยการให้ออก เป็นการลงโทษเกินระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แนะให้ช่วยเหลือฟื้นฟูโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก
คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา
กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ
กสม. เปิดผลสอบ 'คุก VIP' เอื้อนักโทษจีน-มาเฟีย ชง ป.ป.ช. ฟัน
กสม.ชี้ คุก VIP เอื้อนักโทษจีน-คนมีอิทธิพล เลือกปฏิบัติ-ละเมิดสิทธิมนุษยชน เตรียมส่งรายงานให้ ป.ป.ช. สอบต่อ จี้ กระทรวงยุติธรรม ขันน็อต คกก.สอบสวนเร่งสอบ แนะตรวจขยายผลคุกอื่นๆ กัน จนท.เลือกปฎิบัติ

