รัฐบาลลุยต่อยอด 'แหลมฉบัง' ศูนย์กลางขนส่ง 'ท่าเรือสีเขียว'

17 ก.ค. 2566 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังมาโดยตลอด โดยตั้งเป้าให้แหลมฉบังเป็นศูนย์กลางทางการขนส่ง สร้างท่าเรือสีเขียว ลดมลพิษจากการขนส่งพร้อมสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องหลักพันล้านบาทต่อปี รวมทั้งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลระดับเอเชีย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการดำเนินการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ให้สอดคล้องกับแนวทางท่าเรือสีเขียวจะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในท่าเรือได้อย่างมีนัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1.การใช้รถบรรทุกไฟฟ้าและการพัฒนาเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) โดยหากท่าเรือแหลมฉบังเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกไฟฟ้าราว 10% หรือประมาณ 1,000 คันต่อวัน จะช่วยลดการสิ้นเปลืองของน้ำมันดีเซลสูงถึง 50 ล้านลิตรต่อปี ประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงราว 800 ล้านบาทต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 มากถึง 4.8 หมื่นตัน CO2e ต่อปี

2.การใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 จะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 11.1% CAGR ในปี 2579 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนในการพัฒนาราว 600 ล้านบาท และสามารถลดก๊าซ CO2 เฉลี่ยปีละ 4.9 พันตัน CO2e

3.การเปลี่ยนระบบการขนส่งตู้สินค้าเป็นทางรถไฟ โดยท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 มีแผนจะพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (Single Rail Transfer Operator: SRTO) เพิ่มความสามารถในการรองรับตู้สินค้าเป็น 6 ล้าน TEU ต่อปี ทำให้แหลมฉบังมีความสามารถในการรองรับปริมาณตู้สินค้าถึง 5.3 ล้าน TEU ต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งราว 1.2 พันล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซ CO2 มากถึง 0.79 ล้านตัน CO2e ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายจากการพัฒนาการขนส่งทางรางของท่าเรือแหลมฉบังของภาครัฐ

ทั้งนี้ทางศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทยได้วิเคราะห์ว่า แนวทางการพัฒนาท่าเรือสีเขียว ของท่าเรือแหลมฉบังในระยะที่ 3 สามารถช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตรถบรรทุกไฟฟ้าและชิ้นส่วน รวมถึงธุรกิจผลิตแบตเตอรี่อย่างน้อยราว 1.8 หมื่นล้านบาท และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เช่น ธุรกิจรับจ้างติดตั้งและก่อสร้างระบบเซลล์แสงอาทิตย์ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ประมาณ 600 ล้านบาท และในช่วงปี 2567-2578 ส่วนการเปลี่ยนระบบการขนส่งเป็นทางรถไฟมากขึ้น จะช่วยทำให้ธุรกิจผลิตหัวรถจักรไฟฟ้าได้รับประโยชน์จากการพัฒนาในส่วนนี้

“นายกรัฐมนตรี ผลักดันการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือสีเขียว เพื่อให้รองรับการเติบโตเศรษฐกิจไทย และก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลของเอเชีย รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ประเทศไทย และประเทศในภูมิภาค พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาท่าเรือสีเขียวตามแนวทางของเศรษฐกิจบีซีจี (BCG) เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจประเภทใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ รองรับความท้าทายในโลก ผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรอบด้าน” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลปลื้ม ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสราบรื่น ขอ ปชช.อย่ากังวล ขึ้นตรวจสอบ 3 วัน กันสิทธิไว้แล้ว

รัฐบาล พอใจลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เรียบร้อย ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อย แจง ‘สแกนใบหน้าไม่ผ่าน’ ไม่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่เพราะใช้แอปฯ ครั้งแรก-เคยลบแอปฯ แนะยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกิน มอบสมุด 'คทช.' ชาวอุตรดิตถ์ ต่อยอดรายได้ยั่งยืน

รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.)

เปิดทางฟู้ดเดลิเวอรีเข้าร่วม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มใช้สิทธิ 15 มิ.ย.

รัฐบาลเปิดทางร้านอาหารเข้าร่วม 'ไทยช่วยไทย พลัส 60/40' ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้สิทธิ 15 มิ.ย. หนุนรายได้ร้านค้า–อำนวยความสะดวกประชาชน

เตือน 'มิจฉาชีพ' ฉวยส่งลิงก์ ลวงลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทยพลัส'

รัฐบาลเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพฉวยโอกาสส่งลิงก์ผ่าน SMS ให้เพิ่มเพื่อนทาง line หลอกลงทะเบียนรับสิทธิโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)' ย้ำลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ 'เป๋าตัง' เท่านั้น

'อนุทิน' ถึงกรุงปารีส ลุยภารกิจแรกทันที รอเจอ 'มาครง' วันจันทร์

นายกฯ ถึงกรุงปารีสแล้ว พร้อมเริ่มภารกิจแรกทันที เตรียมหารือ ผอ.ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ-ผอ.ใหญ่ยูเนสโก หนุนความมั่นคงทางพลังงาน ดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก ก่อนพบ 'มาครง' 25 พ.ค.

คุมเข้มคัดกรองผู้เดินทางจาก 'คองโก–ยูกันดา' สกัด 'อีโบลา' ระบาดไทย

รัฐบาลยกระดับคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หลังราชกิจจาฯ ประกาศ 'คองโก–ยูกันดา' เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย 'อีโบลา'