กสม.ชี้กรณีพนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศต่อเด็กล่าช้า เป็นการละเมิดสิทธิฯให้ ตร. สอบสวนลงโทษผู้กระทำผิด ชง ป.ป.ช. ดำเนินการฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
17 ส.ค.2566 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิสายเด็กระบุว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2562 ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนหญิงอายุ 13 ปี ได้ถูกเยาวชนชายรายหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ มารดาและผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า (ผู้ถูกร้อง) แต่จนถึงวันที่ร้องเรียนตามคำร้องนี้เมื่อเดือนกันยายน 2565 ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี ส่งผลให้ผู้เสียหายมีภาวะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงขอให้ตรวจสอบและเร่งรัดการดำเนินคดี
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 68 กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการจัดระบบบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็ว ประกอบกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419/2556 เรื่องการอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 1 ก.ค. 2556 กำหนดให้มีการแจ้งความคืบหน้าของคดีให้ผู้แจ้งความร้องทุกข์ทราบ
โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง รับฟังเป็นที่ยุติว่า นับตั้งแต่วันที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้าได้รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อเดือน ก.พ.2562 กระทั่งปัจจุบันระยะเวลาล่วงเลยมากว่า 4 ปี ผู้ถูกร้องไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนดแม้มารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ติดตามขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีจากผู้ถูกร้องหลายครั้งก็ตาม เป็นเหตุให้มารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายต้องร้องเรียนต่อมูลนิธิพิทักษ์สตรี และมูลนิธิสายเด็ก 1387 อันนำมาสู่การร้องเรียนต่อ กสม. เพื่อขอให้ตรวจสอบและเร่งรัดการดำเนินคดี อย่างไรก็ดี หลังจาก กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนได้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้เสียหายโดยมีหนังสือขอทราบผลการดำเนินคดีไปยังผู้ถูกร้อง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ หรือแจ้งผลดำเนินการแต่อย่างใด
กสม. เห็นว่า การที่ผู้ถูกร้องไม่ดำเนินการสอบสวนคดีและไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา และไม่ได้รับการคุ้มครองด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม แม้ภายหลังจากที่มีการตรวจสอบกรณีตามคำร้องเรียนนี้ ผู้ถูกร้องจะชี้แจงว่าได้ออกเลขคดีอาญา ลงวันที่ 3 พ.ค. 2566 แจ้งสิทธิการขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา และออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับแจ้งว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วแล้วก็ตาม ก็เป็นเพียงการดำเนินการในหน้าที่ที่ผู้ถูกร้องจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ความล่าช้าที่ผู้ถูกร้องก่อให้เกิดขึ้นย่อมกระทบสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของมารดาผู้เสียหายและผู้เสียหาย จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกร้องละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ยังอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ผู้ถูกร้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงเห็นควรส่งรายงานฉบับนี้ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตรา 6 วรรคหนึ่ง
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2566 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สรุปได้ดังนี้ ให้ ตร. เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญาตามคำร้องกรณีนี้ โดยเร่งนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดี และสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการตามกระบวนการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้แจ้งความคืบหน้าการสอบสวนคดีให้แก่ผู้เสียหายทราบตามกำหนดระยะเวลาในคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 ลงวันที่ 1 ก.ค.2556 พร้อมกันนี้ ให้ตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่า กรณีความล่าช้าดังกล่าวเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนผู้ใด และให้ดำเนินการทางวินัยตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ให้ ตร. นำคู่มือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหลักสิทธิมนุษยชนที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน กสม. โดยเฉพาะในส่วนมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปซักซ้อม ทบทวน และอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำที่อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ให้สั่งการสถานีตำรวจทั่วประเทศให้ตรวจสอบและเร่งรัดการดำเนินคดีที่อยู่ในการสืบสวนสอบสวนที่ล่วงเลยระยะเวลามานานแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับการอำนวยความยุติธรรมตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สตช.แนะวิธีเตรียมตัวไปเลือกตั้งวันนี้
เพจเฟซบุ๊กสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่ข้อความ
กสม. ชี้ 'คดีตากใบ' ล่าช้าจนหมดอายุความ-ละเมิดสิทธิ แนะแก้กม.ทำผิดไม่มีวันสิ้นอายุความ
กสม. เผยการดำเนินคดีสลายการชุมนุมที่'ตากใบ' ล่าช้าจนหมดอายุความ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แนะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาให้คดีร้ายแรงที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดไม่มีวันสิ้นอายุความ
ผงะ! จับกุมอาวุธปืน- ยาเสพติดกว่า 5,300 คดีก่อนเลือกตั้ง
ตร.ระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการเลือกตั้งจับกุมอาวุธปืน- ยาเสพติดกว่า 5,300 คดี
'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน
กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.
แอป POLICE CARE โหลดไว้เลย! ใช้ตรวจ 'บัญชี-เบอร์' มิจฉาชีพ
สตช.เปิด 2 ฟีเจอร์ใหม่ แอปพลิเคชัน 'POLICE CARE' ตรวจสอบบัญชีมิจฉาชีพและตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพ โหลดไว้ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ
กสม.จี้หน่วยงาน จ.สระบุรี เร่งแก้ปัญหางานออกส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก
'กสม.' ชี้กรณีหน่วยงานออกหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน แนะเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน

