'เศรษฐา' ประกาศปี 68 ปียิ่งใหญ่การท่องเที่ยวไทย เร่งทุกหน่วยระดมสมอง

‘เศรษฐา’ ประกาศปีหน้าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่แห่งการท่องเที่ยว ชี้มีเวลาระดมสมองอีก 6 เดือน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดนอกกรอบ

15 มี.ค. 2567 – เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กล่าวเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น IGNITE THAILAND’S TOURISM ตอนหนึ่งว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่เราจะได้มาพูดคุยกันอย่างบูรณาการ ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศที่ผ่านมา ได้ประกาศว่า ปีหน้าจะเป็นปีการท่องเที่ยวไทยที่ใหญ่ที่สุด นโยบายของรัฐบาลมีหลายนโยบายที่เราให้ความสำคัญ มี 3 เรือธงที่สำคัญที่สุด 1 ใน 3 เรื่องนั้น คือ เรื่องท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดทำวีซ่าฟรี ที่ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งประเทศจีน อินเดีย ดูไบ ส่วนวีซ่าเชงเกนไม่ได้เป็นความฝัน ทุกครั้งที่ได้มีการเดินทางไปพูดคุยอย่างเป็นทางการ ได้รับการสนับสนุนที่ดี หวังว่าเรื่องของวีซ่าฟรีจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ต้องอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบตรวจคนเข้าเมือง ควบคู่ไปด้วยเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพื่อให้ตั้งเเต่ก้าวแรกที่เข้ามาในประเทศไทย และก้าวสุดท้ายที่ออกไป จะต้องเกิดความประทับใจอย่างสูงสุด

นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการพูดคุยกันหมดแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศ ได้มีการพูดคุยกับฟอร์มูล่าวัน ฟอร์มูล่าอี และการจัดงานแฟชั่นใหญ่ ที่ได้มีการพูดคุยกับสหพันธ์แฟชั่นฝรั่งเศส

ส่วนการประกอบธุรกิจศูนย์การค้า มีหลายแบรด์สนใจตั้งการตั้งป๊อบอัพสโตว์ในจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่เพียงจังหวัดภูเก็ตเพียงจังหวัดเดียว และพยายามเชื่อมไปถึงเมืองรองอีกด้วย เรื่องเหล่านี้ถือว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ เชื่อว่าการลงทุนเป็นเรื่องที่ดี และหลายคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้เป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของผู้เสียภาษี การที่เรามีศักยภาพ มีซอฟต์พาวเวอร์อยู่ มีขนบธรรมเนียมที่ดีอยู่แล้ว ก็สามารถดึงออกมาใช้ได้ โดยที่ใช้เงินเพียงเล็กน้อย อยากแนะนำว่า ให้ลงแรง 80 ลงทุนร้อยละ 20 ซึ่งการลงแรงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนเรื่องงบประมาณ เรื่องการใช้เงินเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เราลงทุนไปแล้วต้องให้คุ้มจริงๆ อยากให้คิดนอกกรอบ อยากให้ดูแลเงินภาษีของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด

“เชื่อว่าการระดมการระดมสมองในวันนี้ ไม่ใช่การจุดพลุ การที่ผมเดินทางไปต่างประเทศ หรือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่เราสามารถจุดประกายเรื่องการท่องเที่ยวได้ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอีกมากมาย ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งปีหน้าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ แต่เราจะเริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป ให้มีเวลาอีก 6 เดือน ใครทำอะไรได้คิดอะไรได้ วันนี้การระดมสมองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีจิตใจรักชาติ และช่วยกันมาพัฒนาประเทศ” นายเศรษฐา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค

“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.