ตาลุก! รัฐบาลหนุน Soft Power ด้านศิลปะ เผยยอดส่งออกปี 66 สูงถึง 3.4 แสนล้าน

2 เม.ย.2567- นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญ มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมศักยภาพสาขาศิลปะในฐานะ Soft Power ไทยสู่สายตานานาชาติ เพื่อกระตุ้นกระแสความนิยมชื่นชอบสินค้าไทย และประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่จะเพิ่มโอกาสการสร้าง และกระจายรายได้ให้กับประชาชน ควบคู่กับการธำรงรักษาเอกลักษณ์ และพัฒนาต่อยอดศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ให้ดำรงอยู่ยั่งยืน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุถึงข้อมูลจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ The Support Arts and International Centre of Thailand (SACIT) มูลค่าการส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยในปี 2566 เติบโตถึง 340,820 ล้านบาท โดยสินค้าศิลปหัตถกรรมที่ไทยส่งออกมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องประดับแท้ทำด้วยทอง (91,161 ล้านบาท) เครื่องประดับแท้ทำด้วยเงิน (56,060 ล้านบาท) เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (46,850 ล้านบาท) เครื่องใช้สำหรับเดินทาง (22,982 ล้านบาท) และเสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากฝ้าย (17,719 ล้านบาท) และประเทศ/เขตบริหารพิเศษ ที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าศิลปหัตกรรมไทยมากที่สุด ได้แก่ อันดับที่ 1 สหรัฐอเมริกา (94,203 ล้านบาท) อันดับที่ 2 ฮ่องกง (26,764 ล้านบาท) อันดับที่ 3 ญี่ปุ่น (21,232 ล้านบาท) อันดับที่ 4 เยอรมนี (20,147 ล้านบาท) และอันดับที่ 5 สหราชอาณาจักร (16,357 ล้านบาท)

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจำหน่ายสินค้าศิลปหัตกรรมไทยผ่านช่องทางของ SACIT ในปี 2566 มีมูลค่าถึงกว่า 291 ล้านบาท และมีการจำหน่ายสินค้าศิลปหัตถกรรมไทย ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง ซึ่งไม่รวมอาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารและยา ทั้งในไทยและต่างประเทศทาง online และ offline ตามโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นมูลค่ารวมกว่า 1.16 แสนล้านบาท ทั้งนี้ SACIT พร้อมยกระดับสินค้าศิลปหัตกรรมไทยสู่การเติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืนผ่านการจัดงาน “sacit Craft Power: แนวโน้มหัตถกรรมร่วมสมัย” ที่นำเสนอความรู้และทิศทางในการต่อยอดสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยในทุกสาขาแก่ผู้ประกอบกิจการสินค้าทั่วประเทศให้สามารถมองแนวโน้มสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยในอนาคตได้อย่างชัดเจน และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ประสงค์ให้ประเทศในยุโรป เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่ Soft Power ด้านงานศิลปะของไทย โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ได้ร่วมสนับสนุนให้ผู้มีความสามารถด้านภาพวาดที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย นำผลงานมาจัดแสดงภายใต้ชื่อ “Bangkok Series” และ “Muay Thai Series” ณ Manes Gallery กรุงปราก เมื่อวันที่ 14 – 25 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการนำเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้กับนานาชาติผ่านการนำเสนอผลงานศิลปะ

“นายกรัฐมนตรี ยินดีที่กระแสความเป็นไทยเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยเป็นความสำเร็จที่ทำให้ มูลค่าส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยมีปริมาณการเจริญเติบโตสูง พร้อมขอบคุณทุกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสนับสนุนกระบวนการ Soft Power ไทยด้านศิลปะที่ร่วมกันสร้างสรรค์จนทำให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างสร้างสรรค์ด้วย Soft Power โดยเชื่อมั่นว่าการบูรณาการร่วมมือการทำงานจากทุกภาคอย่างเข้มแข็ง จะพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้แข็งแกร่งได้ยิ่งขึ้นในเวทีโลก” นายชัย กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

อมตะดึงทุนจีน Homa ทุ่ม3.1 พันล้านปักฐานผลิตตู้เย็นส่งออก

อมตะดึงทุนจีน“Homa” ผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่รายใหญ่ของโลก ลงทุนกว่า 3,100 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิตในชลบุรี กำลังผลิต 1.5 ล้านเครื่องต่อปี ตั้งเป้าสร้างมูลค่าส่งออก 12,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 50–60% และสร้างการจ้างงานสูงสุด 3,000 ตำแหน่ง

ครม. ไฟเขียว '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' นำร่อง 24 หน่วยงาน สกัดทุจริตภายใน 6 เดือน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (C

'เอกภพ' เมิน กกต. ตัดสิน 'คดีฮั้ว สว.' ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว วันนี้โฟกัสเศรษฐกิจ

'โฆษก รบ.' ย้ำคดีฮั้ว สว. เป็นกระบวนการกฎหมาย กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชี้โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก

สยบลืองบ 31 ล้านช่วยเขมร 'โฆษกรบ.' แจงเงิน 18.2 ล้าน ชำระหนี้ดอกเบี้ยตามสัญญาโครงการเดิม

โฆษกรัฐบาล แจงกรณีมีข่าวการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาท