11 ก.ย.2567 - นายกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ภัยออนไลน์” ระบุว่า มิจฉาชีพหลอกลวงด้วยวิธีการสารพัดรูปแบบ ดูดเงินออกนอกประเทศ ปีละ 1 แสนล้านบาท ทำให้เกิดภาวะเงินฝืด
รัฐสภาต้องออกกฎหมายมาปราบโดยมีบทลงโทษเครือข่ายผู้ให้บริการทั้งอินเตอร์เนตและโทรศัพท์ ที่ไม่ป้องกันมิจฉาชีพ มาใช้เครือข่ายของตนเป็นเครื่องมือ หรือสื่อสารในการหลอกลวง
เครือข่ายผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เมื่อไม่มีบทลงโทษตนจึงไม่มีแรงจูงใจในการสร้างระบบมากีดกันมิจฉาชีพที่มาอาศัยใช้บริการ เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม เพราะเขาเหล่านี้เป็นลูกค้าที่สร้างรายได้ให้ตน จากการใช้บริการ คือมีการ ใช้โทรศัพท์และส่ง SMS ปีละหลายร้อยล้านครั้ง
เปรียบเสมือนการยื่นอาวุธให้กับโจร
สิงค์โปร์และจีนจึงออกกฎหมายมาลงโทษปรับบริษัทผู้ให้ บริการโทรคมนาคมเหล่านี้ด้วยเงินจำนวนสูง
ประเทศไทยต้องเอาอย่างจีนและสิงค์โปร์เพื่อปกป้องเงินของประชาชนไม่ให้ถูกฉ้อโกง หลอกลวงดูดออกไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการแนะอย่าดับอนาคต 'น้องเนเน่'
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ และกรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริ
'นักวิชาการ' ชี้ค่าไฟส่องทางแฝงในบิลค่าไฟปชช.คือการปล้น เป็นคดีอาญาต้องมีผู้รับผิดชอบ
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการเก็บเงินค่าไฟสองทาง มีค่าไฟสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ว่า
'นักวิชาการ' ยกตัวอย่าง คนขับรถของจีน-เวียดนาม เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมแบบรถไฟชนรถเมล์
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง การดูแลไรเดอร์ คนขับรถส่งพัศดุ คนขับรถเมล์ รถแท๊กซี่ คนขับรถสาธารณะของจีนและเวียดนาม (เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมแบบรถไฟชนรถเมล์ในไทย) มีเนื้อหาดังนี้
'นักวิชาการ' ฟาด 'รถพุ่มพวง' สร้างภาพ ผลลัพท์ความเหลื่อมล้ำ แนะควบคุมการผูกขาดสินค้า
นายกมล กมลตระกูล นักวิชากาารอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
'นักวิชาการ' เจาะลึกกลุ่มทุนที่ได้ประโยชน์จาก 'แลนด์บริดจ์' เหตุต้องเร่งผลักดันหรือไม่
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมแลนด์บริดจ์จึงได้รับการเร่งผลักดัน มีเนื้อหาดังนี้

