ทภ.3 สยบข่าวทหารไทยเผชิญหน้าว้าแดง ยันประชาชนใช้ชีวิตปกติ สัมพันธ์ชายแดนยังดี

ทภ.3 สยบข่าว ทหารไทยเผชิญหน้ากลุ่มว้า ยันสถานการณ์ปกติ ประชาชนใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ย้ำ สัมพันธ์ชายแดน อยู่ในระดับที่ดีต่อกัน

26 พ.ย.2567 - ที่กองทัพภาคที่ 3 พ.อ.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่ได้ปรากฏข่าวสารข้อมูล ในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน กองทัพภาคที่ 3 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ดังนี้

1. กองทัพภาคที่ 3 มีพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดน ความยาวประมาณ 1,926 กิโลเมตร โดยมีภารกิจที่สำคัญ ได้แก่
1.1 การปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ
1.2 การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย ตามแนวชายแดน
1.3 การจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน
1.4 การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่สำคัญ ได้แก่ ยาเสพติด ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และอื่นๆ

2. กองทัพภาคที่ 3 ได้ปฏิบัติตามขอบเขตของอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และได้ปฏิบัติการตามพันธกิจของกองทัพบก โดยใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ในทุกระดับ ได้แก่
2.1 คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (Township Border Committee : TBC) ได้แก่ คณะกรรมการฯ TBC แม่ฮ่องสอน – ลอยก่อ และ คณะกรรมการฯ TBC แม่สาย – ท่าขี้เหล็ก
2.2 คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) กองทัพภาคที่ 3 - สำนักปฏิบัติการพิเศษที่ 4 กองทัพเมียนมา
2.3 คณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee : HLC) กองบัญชาการกองทัพไทย – กองทัพเมียนมา ในการแก้ปัญหาจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก โดยการพูดคุยกับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งร่วมกันให้ปัญหายุติโดยเร็ว โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยในทุกพื้นที่

3. เส้นเขตแดนระหว่างไทย – เมียนมา ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย ถึง จังหวัดระนอง รวมทั้งพื้นที่ทางทะเลยังไม่สามารถปักปันเขตแดนร่วมกันได้ครบทุกพื้นที่ ซึ่งบริเวณที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนดังกล่าว ยังไม่มีการสำรวจ และปักปันเขตแดน ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในข้อ 2 ทุกระดับแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ

4. กองทัพภาคที่ 3 ขอยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในภาวะปกติ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งความสัมพันธ์ตามแนวชายแดนยังคงอยู่ในระดับ ที่ดีต่อกัน กองทัพภาคที่ 3 พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และพี่น้องชาวไทยอย่างดีที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพภาค 2 ยันไม่ห้ามชาวบ้านหาของป่าใกล้แนวชายแดน ขอให้แจ้งจนท.ก่อนเข้า-ออกทุกครั้งเพื่อดูแลได้ทั่วถึง

ทภ.2 สยบข่าวเสียดินแดน ลั่นกองทัพยืนหยัดป้องอธิปไตย ไม่เสียแม้ ตารางนิ้วเดียว ย้ำทหารตรึงกำลังเข้ม ชาวบ้านสามารถเข้าป่าทำกินได้ ทหาร ตร. ปกครอง พร้อมดูแลเต็มพื้นที่ ขอประชาชนแจ้งก่อน เข้า-ออก ป่าเพื่อ ให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาททหารกล้า ปกป้องแผ่นดินไทย เข้ารับราชการแทน

มทบ.22 อุบลราชธานี บรรจุทายาทของทหารกล้า "วีรชนทหารกล้าชายแดน" เข้ารับราชการทดแทน จากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

โฆษก ทบ. มองคดียิง 'สส.กมลศักดิ์' เป็นเรื่องทางสังคม ไม่ใช่ความมั่นคง

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม