อนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค สว. ถกปัญหาแอปกู้เงินผิดกฎหมายบนมือถือ จี้ เร่งจัดการที่ต้นตอ เผย เตรียมเรียกบริษัทมือถือเข้าชี้แจง ภายใน 2 สัปดาห์
15 ม.ค.2568 - ที่รัฐสภา นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอยู่ใน กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงกรณีโทรศัพท์มือถือ Oppo A53 รุ่น Android 12 ที่ผู้ซื้อได้รับโฆษณาเชิญชวนให้กู้เงินจากแอปพลิเคชันสินเชื่อความสุข ว่า เรื่องนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมาย ว่าโทรศัพท์ที่ใช้อยู่จะมีอะไรอยู่ในเครื่องบ้าง ทาง อนุกมธ. มีความกังวลมาก
โดยในที่ประชุมวันนี้ ได้ให้สภาคุ้มครองผู้บริโภค เข้าชี้แจง ซึ่งได้ข้อสรุปบางอย่างที่คิดว่า จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจะส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหลังจากนี้ อนุกมธ.จะเชิญบริษัทมือถือที่มีปัญหาเข้าให้ข้อมูล คาดว่าจะเป็นในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกิดมาจากอะไร อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาไม่ได้เพ่งเล็ง ว่าจะต้องเป็นบริษัทมือถือยี่ห้อใด แต่จะเป็นการแก้ไขปัญหาองค์รวม
ด้านนายพรวุฒิ พิพัฒนเดชศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบาย และนวัตกรรมสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างในภาพใหญ่ นอกเหนือจากแอปพลิเคชั่นที่ได้ทราบชื่อกัน ยังมีแอปเงินกู้ผิดกฎหมายอื่นๆ ที่ยังปรากฏอยู่ในแอปสโตร์ ซึ่งสภาผู้บริโภคได้มีการติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด และดูว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง ทาง กสทช.เอง ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว
"เราได้มีการไปศึกษาว่าปัจจุบัน กสทช. มีประกาศเรื่องการรับรองมาตรฐาน ของเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีการตรวจสอบคุณสมบัติแค่ทางเทคนิค หรือคุณสมบัติทางกายภาพของโทรศัพท์มือถือ เราจึงเสนอให้เพิ่มการตรวจสอบระบบปฏิบัติการของแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับโทรศัพท์มือถือ น่าจะเป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริโภค" นายพรวุฒิ กล่าว
นายพรวุฒิ กล่าวต่อว่า ประกาศของ กสทช. เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงแค่ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แต่ไม่มีตรงไหนที่ระบุชัดเจนว่า ผู้ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือ ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา และบางกรณียังมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA เช่น การให้กดยินยอมเพื่อเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง และปัญหาดอกเบี้ยการกู้ยืมเงิน ในส่วนนี้จึงอยากให้ แอปพลิเคชั่นกู้ยืมเงินที่กล่าวถึงออกมาเปิดเผยว่าได้มีการขออนุญาตถูกต้องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่
นายพรวุฒิ มองว่า หากจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ต้องกลับมาดูในส่วนของแพลตฟอร์มที่เปิดให้ดาวน์โหลดแอปเหล่านี้ อย่างแอปสโตร์ เพลย์สโตร์ อยากให้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ที่มีพระราชกฤษฎีกาสำหรับการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่แล้ว และมีหน้าที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัย การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล แต่ในความเป็นจริงเป็นทางกลับกัน หากลองหาในเพลย์สโตร์ ก็จะเห็นแอปกู้เงินที่ไม่ได้ผ่านการรับรองปรากฏอยู่ จึงอยากให้ ETDA เข้ามาดูเรื่องบทลงโทษในการขึ้นทะเบียนแอปพลิเคชั่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สสร. ปี 50' แถลงการณ์บี้ กกต. เร่งสรุปคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกา
สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2550 ออกแถลงการณ์ถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ
'กมธ.สร้างเสริมสันติสุข' โต้ลักไก่ซุกนิรโทษ 'คดีฮั้ว สว.' ให้ดูบัญชีแนบท้าย
นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … วุฒิสภา
‘จักรพงศ์’นั่งศาลรธน.
มติวุฒิสภา 140 ต่อ 17 เสียง ไฟเขียว “จักรพงศ์” นั่งตุลาการศาล รธน.
ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.
ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ
สว. บี้ 'ผู้ว่า สตง.' แจกแจงให้ละเอียด ตรวจพบความเสียหายรัฐ เรียกคืนเงินแผ่นดินได้เท่าไหร่
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องที่เสนอใหม่รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ 2568
กมธ.พลังงาน สว. ตั้งคณะทำงานติดตาม 'ค่าไฟทาง-ถนน' รวมบิลไฟบ้านประชาชน
กมธ.พลังงาน วุฒิสภา แถลงถึงกรณีต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝงที่ต้องเก็บจากประชาชน 4 ส่วนคือ 1.ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้า 2.ค่าภาระนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน 3.ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม และ 4.ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต

