อาจารย์ มธ. แนะสร้างความยั่งยืน 'อเมซิ่งไทยแลนด์'

นักวิชาการธรรมศาสตร์ แนะรัฐบาลโฟกัส “กลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุ” ที่อยู่ในประเทศนาน มีกำลังซื้อสูง ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการอเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ทัวร์ริซึม แอนด์ สปอร์ต ที่เน้นเฉพาะวัยรุ่น-วัยทำงาน และยังเป็นรูปแบบเดิม ระบุ ควรผลักดัน “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ขับเคลื่อนผ่านชุมชน-วัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ

7 ก.พ.2568 - เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2568 รัฐบาล นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ปี 2568 เป็นปี อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ทัวร์ริซึม แอนด์ สปอร์ต โดยจะมีการจัดคอนเสิร์ตการแสดง และกีฬาระดับโลก หวังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคน หวังกวาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมจุดพลังท่องเที่ยวไทยสู่ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่ พร้อมยกระดับมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ตอกย้ำความตั้งใจในการผลักดันประเทศไทยเป็น Tourism Hub ระดับโลก

รศ.ดร.สายฝน สุเอียนทรเมธี คณบดีวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า โครงการอเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ทัวร์ริซึม แอนด์ สปอร์ต (อเมซิ่ง ไทยแลนด์ฯ) ที่จะผลักดันกันในปี 2568 โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามายังประเทศไทยไว้ที่ 39 ล้านคน และหวังกวาดรายได้ 3-3.5 ล้านล้านบาทนั้น ส่วนตัวเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ และหากย้อนกลับไปดูยอดนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยในปี 2567 พบว่ามีจำนวน 35.5 ล้านคนโดยประมาณ ฉะนั้นการเพิ่มอีกเพียง 5 ล้านคน เพื่อให้ถึงเป้าหมาย 39-40 ล้านคน คงไม่ใช่เรื่องยาก

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในรายละเอียดของโครงการแล้ว ส่วนตัวมองว่ายังเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวแบบเดิม เช่นเดียวกับเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา คือมีการจัดกิจกรรมดนตรี อาหาร กีฬา ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่า กิจกรรมเหล่านี้เป็นจุดมุ่งหมายเดิมของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยอยู่แล้ว และการมุ่งเน้นไปที่ดนตรี กีฬา จะได้นักท่องเที่ยวในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานเป็นหลัก ซึ่งคนกลุ่มนี้จะอยู่ในประเทศไทยสั้น จับจ่ายใช้สอยน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุ

รศ.ดร.สายฝน กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่อยากเสนอแนะรัฐบาลคืออยากให้เพิ่มเติมหรือให้น้ำหนักการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ และมีเวลาในการท่องเที่ยวหรือพร้อมที่จะอยู่ในประเทศเป็นเวลานาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการใช้ชีวิตภายหลังการเกษียณจากการทำงาน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก ส่วนตัวจึงอยากให้รัฐบาลพูดถึงเรื่องการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ผ่านการการออกแบบเมืองที่เป็นมิตร และมองไปที่เศรษฐกิจผู้สูงวัย (silver economy)

“นักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงวัยเขาไม่ได้ต้องการแหล่งท่องเที่ยวเยอะๆ วันหนึ่งอาจจะไปแค่ 1–2 สถานที่เท่านั้น และเขาต้องการมาเที่ยวเมืองเล็กๆ หรือเมืองรอง ไม่ได้ต้องการไปเมืองใหญ่ๆ เขาต้องการการเที่ยวที่เน้นความสบาย อยู่แล้วรู้สึกเหมือนได้รับการพักผ่อน มีความปลอดภัย มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ การเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้ง่าย รวมถึงผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเข้าใจและต้อนรับพวกเขา” รศ.ดร.สายฝน กล่าว

รศ.ดร.สายฝน กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลต้องการสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ส่วนตัวมองว่า ควรจะต้องออกแบบให้ผู้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่อยากจะมีประสบการณ์ร่วมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยชุมชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมจะสามารถเข้ามาให้บริการกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาทักษะต่างๆ ให้กับคนในชุมชน และพัฒนาระบบนิเวศให้มีความพร้อมในการรองรับ สิ่งเหล่านี้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ และกำลังเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ ที่เรียกว่าการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

“ข้อจำกัดที่สำคัญภายในประเทศของเรา คือเรื่องการขนส่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความยากลำบากในการเดินทาง โดยเฉพาะเมืองเล็กๆ หรือเมืองรองซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา ถ้ารัฐบาลจะผลักดันเรื่องเมืองรอง จะต้องทำให้นักท่องเที่ยวเขาสามารถเดินทางเองได้โดยสะดวกด้วยผ่านรถบริการสาธารณะที่เข้าถึงได้” รศ.ดร.สายฝน กล่าว
/////

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสนอ 5 แนวทางสร้างความคุ้มค่า หลังกระทรวงอุตฯ ผุดแนวคิด ตั้ง 'กองทุนแสนล้าน' ยกระดับ SME

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ กระทรวงอุตฯ จ่อตั้งกองทุนแสนล้านยกระดับ SME ด้วยนวัตกรรมเป็นเรื่องดี พร้อมเสนอ 5 แนวทาง

นักวิชาการ ชี้เร่งอำนาจเต็ม ครม. ไม่ช่วยแก้วิกฤตพลังงาน เพิ่มเสี่ยงการเมือง

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง การเร่งให้ ครม. มีอำนาจเต็มผ่านรัฐธรรมนูญ ม.161 ไม่ได้ช่วยคลี่คลายวิกฤตพลังงานในทันที ชี้ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า พร้อมเตือนอาจเพิ่มความเสี่

'สมชัย' ชวน 'อินฟูฯ' ช่วยระดมทุนสู้ กกต. ร่วมงานเปิดตัว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ 15.00 น. มีการแถลงข่าว คณะกรรมการกองทุนสู้ กกต. (ชื่อชั่วคราว) ที่ ห้อง 211 คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ

นักวิชาการ มธ. ชำแหละปรากฏการณ์ ‘เงินเฟ้อทางการเมือง’

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เชื่ออัตราซื้อเสียง 7,500 บาทเป็นไปได้ โดยเฉพาะพื้นที่ผู้สมัครย้ายพรรค ต้องสร้างแรงจูงใจด้วยเงินแลกกับภาพลักษณ์-ข้อสงสัยโหวตเตอร์ คาดยิ่งใกล้เลือกตั้งราคาจะสูงขึ้นอีก เกิดเป็นสถาน