นักวิชาการ มธ. ทวงสิทธิให้ ‘ไรเดอร์’ ควรเป็น ‘ลูกจ้าง ม.33’ มากกว่า ‘แรงงานนอกระบบ’ หวั่น ‘กม.แรงงานอิสระ’ กั้นขวางสวัสดิการ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ซัดเนื้อหา ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ กั้นขวางไม่ให้ ‘ไรเดอร์’ ได้รับสวัสดิการ ผลักคนกลุ่มนี้ออกนอกระบบ ทั้งที่เขาต้องทำงานเหมือนลูกจ้างในบริษัท-มีระเบียบ-มียูนิฟอร์มของบริษัท-มีบทลงโทษ แต่กลับไม่ได้รับการดูแลเหมือนลูกจ้าง เสี่ยงอุบัติเหตุแต่นายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบ

2 พฤษภาคม 2568 - ผศ.ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และอนุกรรมการพัฒนาระบบประกันสังคมมาตรา 40 เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. เป็นกฎหมายที่มีความพยายามร่างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์โควิด-19 และดำเนินการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยช่วงที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างกว้างขวางจากขบวนการแรงงาน และมีการยื่นหนังสือต่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2568 เพื่อแสดงการคัดค้าน

ทั้งนี้ เนื่องจากสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มีการแบ่งแยกแรงงานอิสระออกมาจากแรงงานในระบบปกติ ผ่านการแยกย่อยคำนิยามแรงงานอิสระออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งไม่มีนายจ้าง เช่น เกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ดิน หาบเร่แผงลอย คนขับวินมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ 2. ผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ เช่น พนักงานขับรถไรเดอร์ (Rider) พนักงานทำความสะอาดหรือแม่บ้าน ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งในกฎหมายเรียกว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

สำหรับสิ่งที่ทางสหภาพไรเดอร์เรียกร้องมาโดยตลอด คือไรเดอร์ควรจะมีสถานะเป็นลูกจ้าง มากกว่าที่จะเป็นแรงงานอิสระ ซึ่งต้องสามารถเข้าถึงสิทธิประกันสังคมและสวัสดิการคุ้มครองต่างๆ ได้เหมือนกับแรงงานในระบบปกติ เพราะลักษณะการทำงานที่มีการบังคับบัญชาผ่านนโยบายจากเจ้าของแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ให้มีการสแกนใบหน้า กำหนดให้สวมชุดยูนิฟอร์มของบริษัท มีบทลงโทษให้พักงาน กรณีที่ปฏิเสธการรับงาน กฎระเบียบต่างๆ เหล่านี้

“ในส่วนของผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ จุดนี้ถือว่าเป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก เพราะหากพิจารณาตามชื่อก็จะเห็นชัดว่าไม่ได้มีความอิสระอย่างแท้จริง ยังคงมีสภาพหรือสถานะการจ้างอยู่แบบกึ่งอิสระอยู่ เหตุใดแรงงานกลุ่มนี้จึงถูกควบรวมอยู่ในคำนิยามแรงงานอิสระ” ผศ. ดร.กฤษฎา กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทั้งที่รัฐจะช่วยสนับสนุนและให้สวัสดิการคนทำอาชีพกึ่งอิสระ ซึ่งทำงานเหมือนกับลูกจ้างบริษัท แต่จากการนิยามในร่างกฎหมายฉบับนี้เหมือนเป็นการผลักพวกเขาออกไปจากระบบ ทำให้ขาดโอกาสในการได้รับสวัสดิการ ความคุ้มครอง ที่บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลควรต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ

“การทำงานของไรเดอร์เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เพราะต้องสัญจรใช้รถบนท้องถนน บริษัทกลับไม่ต้องดูแลอะไรพวกเขาเลย เพราะเป็นแรงงานอิสระ ไม่มีประกันอุบัติเหตุ ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลในประกันสังคม ไม่สนับสนุนอุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงาน เมื่อเจ็บป่วยจากการทำงานก็ใช้สิทธิบัตรทอง ซึ่งเป็นต้นทุนทางงบประมาณของภาครัฐที่มาจากภาษีของประชาชน แทนที่จะเป็นเงินของบริษัท” ผศ. ดร.กฤษฎา กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์รายนี้ กล่าวต่อไปว่า ทุกวันนี้หน่วยงานราชการได้พยายามเข้าไปรณรงค์กับบริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลให้นำพนักงานเข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงรากฐานปัญหา อันมีที่มาจากการติดกระดุมเม็ดแรก เรื่องการนิยามที่ผิด ทำให้ระบบที่ตามมาหลังจากนั้นผิดไปทั้งหมด เพราะหากว่ากันตามนิยามพนักงานเหล่านี้ควรมีสถานะเป็นลูกจ้างในระบบ และควรมีสิทธิประกันสังคมตาม มาตรา 33 ด้วยซ้ำไป

ผศ. ดร.กฤษฎา ยังกล่าวด้วยว่า การนิยามแรงงานอิสระที่แบ่งย่อยออกเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ และกึ่งอิสระเช่นนี้ สะท้อนถึงวิธีคิดแบบราชการที่ต้องการแบ่งแยกให้ชัดเจนโดยไม่เข้าใจรูปแบบหรือวิธีการทำงานใหม่ๆ ในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งแรงงานหนึ่งคนไม่ได้ทำงานหนึ่งงานแบบที่เคยเข้าใจอีกต่อไป ยกตัวอย่างและมีคำถามง่ายๆ ว่า หากมีคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือคนขับแท็กซี่ ที่รับงานด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นไรเดอร์ รับงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ต่างๆ ไปด้วย คนเหล่านี้ควรลงทะเบียนอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกึ่งอิสระกันแน่

“ดังนั้น ควรจะต้องกลับไปเริ่มต้นพิจารณา และจำแนกคำนิยามและสถานะต่างๆ ของแรงงานให้มีความชัดเจน ว่าแบบใด คือ แรงงานอิสระ แบบไหนคือแรงงานในระบบ รวมถึงความก้ำกึ่งของผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระที่ยังคงมีรายละเอียดให้ต้องถกเถียงกันอีกมาก ก่อนที่จะไปพูดถึงการแก้ไขรายมาตรา หรือออกแบบกลไกและระบบต่างๆ ที่มีอยู่ใน ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ ควรจะต้องตั้งต้นจากกระดุมเม็ดแรกให้ชัดเจนเสียก่อน ไม่เช่นนั้น สิ่งต่างๆที่จะตามมา จะอยู่ในภาวะผิดฝาผิดตัวทั้งหมด” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้ข้อพิพาท 'ไทย-กัมพูชา' มาแปลกเหมือนมีการเตรียมการมาก่อน

นักวิชาการระบุ ข้อพิพาทไทย-กัมพูชาน่าจะยืดเยื้อและมีการเตรียมการมาก่อน เพราะทุกอย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะกับการเสนอเรื่องขึ้นศาลโลก และการปิดด่านก็กระทำการเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

‘สงครามไม่ใช่กีฬา’ นักวิชาการเตือนสื่อ หยุดปลุกกระแสชาตินิยมสุดโต่ง

อาจารย์ธรรมศาสตร์ ชี้สื่อมีพลังทั้งสร้างสันติและจุดชนวนความรุนแรง ต้องนำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของวาทกรรมชาตินิยม หลีกเลี่ยงการทำให้ข้อพิพาทชายแดนกลายเป็นฉากต่อสู้ระหว่างฝ่

'โฆษกสธ.' แจงยิบเหตุ 'สมศักดิ์' วีโตแพทยสภา ฟาดกลับกลุ่มเกลียด 'ทักษิณ'

'โฆษกสธ.' ป้อง 'สมศักดิ์' ใช้สิทธิตามกฎหมายวีโตมติแพทยสภาปมชั้น 14 โต้เรียงแถวพวกเกลียดอาฆาตแค้น 'ทักษิณ' ทั้งฝ่ายค้าน สว. นักวิชาการในคราบนักเคลื่อนไหว

นักวิชาการชี้ ‘ว้าแดง’ คือภัยคุกคาม แนะรัฐจัดการเชิงรุก-เพิ่มกองกำลังกดดัน

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ “ว้าแดง” คือภัยคุกคามของไทย เหตุรุกล้ำข้ามแดน-ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ-ยาเสพติด ฯลฯ ต้องมียุทธศาสตร์กดดันให้หยุดพฤติกรรม แจงภารกิจ 3 หน่วยงาน การต่างประเทศ-กลาโหม-สภาความมั่นคง ยกระดับจัดก

นักวิชาการ มอง ’เหลือง-แดง’ จับมือกัน การเมืองไทยอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

ดร.กิตติธัช มองเพื่อไทย-กปปส. จับมือตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ก็เห็นมาแล้ว วันนี้จะเห็นอดีตแกนนำเสื้อเหลือง-แดง จับมือกันก็คงไม่แปลก

นักวิชาการ เตือนปีนี้ระวัง ‘ระเบิดฝน’ ผลพวงโลกร้อน ช่วงมิ.ย.-ก.ค.เสี่ยงน้ำท่วมหนัก

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เรื่อง สัญญาณเตือนจากธรรมชาติ พายุจะมา ฝนตกหนัก ให้ระวังตัว!