
รัฐบาลเดินหน้าเข้มสวมหมวกกันน็อค เป้าหมายต้องลดอุบัติเหตุให้ได้100% หลังพบผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.7 หมื่นรายต่อปีหรือเสียชีวิต 3 ในทุก 2 ชั่วโมง
8 มิ.ย. 2568 – นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและเสียชีวิตในแต่ละปี จากรายงานของกรมควบคุมโรค ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน พบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2563–2567 (ระยะเวลา 5 ปี) มีผู้เสียชีวิตรวม 87,142 ราย หรือเฉลี่ยปีละ 17,428 ราย โดยพบว่า 80% ของผู้เสียชีวิต มีสาเหตุจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ เฉพาะข้อมูลในปี 2567 พบผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 17,477 ราย เป็นผู้เสียชีวิตโดยมีสาเหตุจากรถจักรยานยนต์ 14,144 ราย หรือมีผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 3 ราย ในทุก 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์ Health Data Center (HDC) ของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 พบว่ามีผู้เข้ารับการรักษาด้วยสาเหตุจากอุบัติเหตุทางถนน 1,060,566 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยใน 212,271 ราย และผู้ป่วยนอก 848,295 ราย คิดเป็นค่ารักษาพยาบาล 7,827,980,864 บาทต่อปี และในจำนวนนี้เป็นค่ารักษาพยาบาลที่เกิดกับการใช้รถจักรยานยนต์ถึงร้อยละ 80
ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกรมควบคุมโรค ระบุว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2567 ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีอัตราการไม่สวมหมวกนิรภัยสูงถึงร้อยละ 84 โดยพบว่าผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยมีแนวโน้มบาดเจ็บที่ศีรษะมากกว่าผู้ที่สวมหมวกถึง 8 เท่า สำหรับเด็กที่สามารถสวมหมวกได้ ผู้ปกครองควรเลือกหมวกนิรภัยที่มีขนาดเหมาะสมกับศีรษะเด็กและรัดสายคางให้แน่นหนา และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วไม่เกิน 30–50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายและสัมภาระของเด็กก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการเกี่ยวพัน และควรงดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ เด็กควรใช้มือจับเอวผู้ขับขี่อย่างมั่นคงเพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือในการรณรงค์ส่งเสริม และบังคับใช้กฎหมายด้วยการตักเตือนจับปรับและรณรงค์ การสวมหมวกนิรภัยอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนแก่ประชาชน โดยการสวมหมวกนิรภัยเป็นมาตรการสำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกรณีของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ควรเลือกใช้หมวกนิรภัยแบบเต็มใบที่ป้องกันลงมาถึงใบหน้าด้านล่างหรือคาง ซึ่งสามารถป้องกันได้ดีกว่าแบบครึ่งใบ และควรเลือกใช้หมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน มอก. 369-2557 สวมใส่พร้อมรัดสายคางให้เรียบร้อย และหากหมวกนิรภัยเกิดความชำรุดหรือเคยผ่านแรงกระแทก ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เร่งทบทวนสิทธิ 'บัตรคนจน' เกณฑ์รถเก่า อุทธรณ์แล้ว 2.1 แสนราย
รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกคนมีรถเก่า ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อุทธรณ์แล้วกว่า 2.1 แสนราย รวม 3.7 แสนคัน
‘สิริพงศ์’เร่งเครื่องอุ้ม 7 กลุ่มขนส่ง ตรึงค่าโดยสาร-ลดผลกระทบน้ำมันแพง
“คมนาคม”ส่งสัญญาณบวก หลังถกคลัง เล็งเคาะมาตรการเยียวยา 7 กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง หลังมาตรการเดิมคุมดัชนีค่าโดยสารพุ่งไม่เกิน 10% ด้าน “เอกนิติ”รับลูกหาช่องใช้งบเหลือจ่ายตรึงค่าโดยสาร ถกต่อสัปดาห์หน้า รุกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
GEN Z ดุ! นักเรียนขาสั้นปากน้ำ 2 โรงเรียนเขม่นอายุ 14 ปีมีดแทงปักอก
ปากน้ำศึกนักเรียนนักเลงขาสั้น แทงกันบาดเจ็บ 2 ฝ่าย เด็กอายุ 14 ปี อาการสาหัสถูกมีดปักอก
จยย. 2 กลุ่ม ชนสนั่น! กลางถนนสุวรรณภูมิ ดับ 2 เจ็บอีก 3
เมื่อเวลา 01.00 น. ศูนย์กู้ชีพปราการรับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุหมู่รถชนกันหลายคันและมีผู้บาดเจ็บหลายรายอาการสาหัส และมีเพลิงลุกไหม้รถคันเกิดเหตุ เหตุเกิดบนถนนเลียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ สาย 3
สกลนครนำโด่ง จ้างแรงงานกรมชลฯ มากที่สุดกว่า 5.2 พันคน
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศ ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น
เตือนเล่นน้ำทะเลช่วงนี้ ระวัง 'มังกรทะเล' แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวัง ความปลอดภัยในการท่องเที่ยว โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

