กองทัพภาคที่ 2 ย้ำสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ

ทภ.2 ขอประชาชนเฝ้าระวัง ชี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ เผย กองกำลัง 2 ฝ่าย ยังวางกำลังแนวที่มั่น

8 สิงหาคม 2568 - ตามที่เกิดสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญของสถานการณ์ถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.

ภาพรวมสถานการณ์ ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ไม่มีการปะทะ ฝ่ายเรายังคงเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยึดมั่นตามข้อตกลงของการประชุม GBC ที่ผ่านมา

การดูแลผู้อพยพ ส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ยังคงให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกในพื้นที่รวบรวมพลเรือนทั้ง 307 จุด ใน 4 จังหวัด ลดลงจากวันที่ 7 สิงหาคม 49 จุด ปัจจุบันมียอดรวม 57,698 คน ลดลงจากวันที่ 7 สิงหาคม 4,722 คน ทั้งนี้ฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อพยพ อย่างต่อเนื่อง
จิตอาสาพระราชทาน ดูแลและช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ 4 จังหวัด (จ.บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี) อำนวยความสะดวกประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราว และช่วยขนย้ายสิ่งของ โดยมีจิตอาสา 904 156 นาย, จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสาภาคประชาชน 3,890 และ รด.จิตอาสา 298 นาย เข้าช่วยเหลือ การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่ 4 จังหวัด (จ.บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี) มีโรงครัวพระราชทาน 15 แห่ง

ข้อเน้นย้ำ ปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงเป็นหลัก

ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการให้ความช่วยเหลือ ดูแล และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายความมั่นคง หน่วยแพทย์ หน่วยกู้ภัย ตลอดจนหน่วยงานด้านการปกครองและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน

ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน

พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า

'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย

พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ

ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

ปธ.กมธ.ทหารฯ ชี้เหตุรุนแรงชายแดนใต้ รัฐล้มเหลวเชิงนโยบาย จี้ 'นายกฯ' ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. รับผิดชอบ

ปธ.กมธ.ทหารฯ สายปชน. จี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที