'สุรเดช' แนะรัฐบาลยกเลิกข้อตกลงเวที GBC หลังเขมรละเมิดข้อตกลง ทำทหารไทยต้องขาขาดอีก บอกจากนี้ต้อง 'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน'ไล่บี้กระทรวงการ ต่างประเทศ ต้องแอ็คชั่นฟ้องนานาประเทศให้เร็วกว่านี้
13 สิงหาคม 2568 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์กรณีมีทหารไทยเหยียบกับระเบิดจนขาขาดซ้ำอีกนายขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสูญเสียขา 1 นายว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความจริงใจของกัมพูชาไม่มีแล้ว เขาพยายามที่จะละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่เราไปตกลงมาในการประชุม GBC ก็ควรจะยกเลิก เพราะคุยมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ได้มีผลอะไรเลย และเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศควรจะมีแอ็คชั่น โดยเร็ว ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศดำเนินการช้ามาโดยตลอด ดังนั้นต้องรีบแจ้งไปยังนานาประเทศโดยเร็วถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงอีกแล้ว และถือว่าเรามีความชอบธรรมที่จะต้องปกป้องตัวเอง และปกป้องอธิปไตยของเรา ดังนั้นข้อตกลงต่างๆ ก็จะต้องยกเลิกไป เพราะกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทางกองทัพประกาศรับบริจาคลวดหนามหีบเพลงผ่านเพจกองทัพ นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ากรณีดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาล ล่าช้าและไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ตนไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลต้องรอให้ทหารมาเปิดรับบริจาคเอง เพราะรัฐบาลมีงบฉุกเฉิน และสามารถอนุมัติได้อยู่แล้ว ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเพราะรัฐบาลล่าช้า ทางกองทัพก็เลยต้องมาขอรับบริจาค
"ส่วนตัวคิดว่าการเจรจา เราต้องยกเลิกทั้งหมด ข้อตกลง 13 ข้อเราไม่ต้องคุยแล้ว ต่อไปนี้ต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน เราจะปล่อยให้ทหารของเราต้องสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิต ไปโดย ไม่มีวันสิ้นสุดไม่ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนของเราก็จะขวัญเสีย เพราะขนาดรัฐบาล ประกาศให้ประชาชนกลับบ้านกันหมดแล้วแต่ก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนประชาชนต้องอพยพออกมาจากบ้านอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย บริเวณชายแดนด้วย"
นายสุรเดช กล่าวว่ารัฐบาลต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับกัมพูชาที่พยายามลอบกัด เราทุกด้าน โดยเฉพาะที่มีการปล่อยโดรนเข้ามาในอาณาเขตของไทย จำนวนมาก ซึ่งประชาชนในพื้นที่ก็หวาดผวา ดังนั้นเราควรจะเร่งจัดการให้เด็ดขาด ความจริงแล้วโดรนพวกนี้เราต้องยิง ให้ร่วงให้หมด ไม่ต้องสนใจแล้ว เพราะมันอันตรายมาก และอย่างที่ตนเคยเสนอไปว่าควรจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อปกป้อง ชีวิตนายทหารที่อยู่แนวหน้าของเรา โดยเฉพาะ เทคโนโลยี จากต่างประเทศ หยุดเอาชีวิต ทหารไปเสี่ยง กับกับระเบิด ที่กัมพูชามาลอบวางไว้ แต่ควรใช้อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยตรวจจุดระเบิดต่างๆ แทน อย่างเช่นหุ่นยนต์ตรวจหาและกอบกู้วัตถุระเบิด ที่จะเคลื่อนที่นำหน้าหน่วยลาดตระเวนกองกำลังทหาร ตนจึงขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขาที่ 15! ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า
ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุลราชธานี ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้วัตถุระเบิด
รัฐบาลชวนอ่าน 'ความจริงไร้พรมแดน เปิดข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา สู้เฟคนิวส์
โฆษกรัฐบาลชวนประชาชน-สื่อมวลชนอ่าน “TRUTH BEYOND BORDERS : ความจริงไร้พรมแดน” รวบรวมข้อเท็จจริงชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งประวัติศ
'นายกฯ อนุทิน' บินเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ สัปดาห์หน้า
'นายกฯ อนุทิน' เยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ 17–22 ส.ค. เปิดตลาดดึงลงทุน ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ สร้างโอกาสให้ไทย
สยบข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี
นายกฯ ปัดข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี แยกความมั่นคงกับการค้า ถามหาคนเปิดประเด็น ย้ำ Cobra Gold เดินหน้าปกติ
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน

