23 ตุลาคม 2568 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียบร้อยโรงเรียนเขมร ประชุม JBC ชื่นมื่น แต่ถ้าเปิดฝากระโปรงรถ ผมเห็นว่า ฝ่ายไทยเสียท่าเรียบร้อยโรงเรียนเขมรไปแล้ว
แต่ละประเด็น ดังนี้ “ข้อ 3 ทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม (Joint Technical Sub-Commission: JTSC) ดำเนินการสร้างหลักเขตแดนใหม่เพื่อทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย จำนวน 15 หลัก ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันแล้ว ให้กลับคืนสู่ที่ตั้งและตำแหน่งเดิม”
โรงเรียนไทย:-สิ่งที่ฝ่ายไทยควรจะได้แจ้งที่ประชุม คือ ก) ถึงแม้การประชุมครั้งนี้อยู่ในกรอบ MOU43 แต่ไทยสงวนสิทธิ์การยกเลิก MOU43 ฝ่ายเดียวเอาไว้ ข) ไทยจะเดินหน้าสร้างรั้วทันที ตามเงื่อนไขในสนธิสัญญาสมัย ร.5
แต่กลับไม่ทำ ดังนั้น ถ้าในอนาคตมีทหารหรือพลเรือนไทยขาขาดอีก ก็เกิดจากการกระทำของคณะนี้แหละ
โรงเรียนเขมร:-ไม่มีข้อกำหนดว่า จะต้องสร้างหลักเขตใหม่ให้เสร็จเมื่อไหร่ อาจจะลากยาวอีก 25 ปีเหมือนที่ผ่านมา
ฝ่ายเขมรได้เปรียบฝ่ายไทยอย่างสวยงาม
“ข้อ 5 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เร่งรัดการแก้ไข Terms of Reference 2003 (TOR 2003) เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่าย (Orthophoto Maps) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น Light Detection and Ranging (LiDAR) มาใช้ในการทำแผนที่ภาพถ่าย เพื่อให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”
โรงเรียนไทย:-สิ่งที่ฝ่ายไทยควรจะได้แจ้งที่ประชุมคือ ก) ต่อไปนี้ ไทยจะถือว่า MOU43 จะต้องยึดเงื่อนไขในสนธิสัญญาสมัย ร.5 เป็นหลัก ไม่ใช่ยึดแผนที่ 1:200,000 (ที่ฝรั่งเศสขีดเส้นกินแดนไทย) ข) ไทยจะนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในสนธิสัญญาสมัย ร.5 เป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อเพิ่มความละเอียดให้แผนที่ 1:200,000
แต่กลับไม่ทำ ดังนั้น ถ้าในอนาคตไทยต้องเสียดินแดนเพิ่มอีก เป็นไปตามเส้นในแผนที่ 1:200,000 ก็เกิดจากการกระทำของคณะนี้แหละ
โรงเรียนเขมร:-เทคโนโลยี LiDAR จะเพิ่มความละเอียดให้แผนที่ 1:200,000 ดังนั้น เส้นเขตแดนที่ฝรั่งเศสขีดเส้นกินแดนไทย ก็จะยิ่งคมชัด ไทยจะยิ่งไม่สามารถปฏิเสธได้
ฝ่ายเขมรได้เปรียบฝ่ายไทยอย่างสวยงามอีกแล้ว
ในรูป รมว.กต.เปิดเผยว่า ไทย-กัมพูชาเตรียมลงนามประกาศความสัมพันธ์ในที่ประชุมอาเซียน
ผมเรียกร้องให้นายกอนุทินนำร่างประกาศมาแสดงต่อประชาชนก่อน เพราะหวั่นใจว่า อาจจะมีข้าราชการไทยใจเขมรที่เขียนเงื่อนไขสิ่งปฏิบัติ ที่ผูกมัดให้ไทยต้องเสียประโยชน์
จึงควรเปิดให้นักวิชาการวิจารณ์ให้ความเห็นก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ
'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ
ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ
ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน
ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน
พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า
'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย
พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ
ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

