งานอาวุธคึกคัก สวีเดนขน”กริพเพน E“ขนาดเท่าของจริงติดอาวุธเต็มพิกัดโชว์ /เปิดจรวดKGGBเกาหลีฯ ติดF-16 ถล่มเขมร /ไทยขนปืนใหญ่ ATMG/ 155 มม.แสดง ด้านจีนจัดโมเดลเรือดำน้ำ S26Tเป็นของที่ระลึก /ตลาดอาวุธคึกผู้ผลิตกว่า 617 บริษัททั่วโลกเปิดบูท “โดรน”ยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่อง
10 พฤศจิกายน 2568 - กระทรวงกลาโหม จัดงานแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ หรือ ดีเฟนส์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ (Defense & Security) 2025 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี และ เสริมสร้างความมั่นคงของชาติให้เท่าทันความท้าทายในยุคดิจิทัลเชื่อมโยงความร่วมมือ ระหว่างไทยกับมิตรประเทศทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่สันติภาพ
โดยกระทรวงกลาโหมจัดขึ้นทุกสองปี สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Power of Partnership” หรือ “พลังแห่งความร่วมมือ” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมระหว่างประเทศ
ทั้งนี้มีผู้ผลิตยุทโธปรณ์มากกว่า 617 บริษัท จาก 38 ประเทศ และ 25 พาวิลเลียนนานาชาติ จากประเทศชั้นนำ เช่น จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รวมทั้งหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนาของ 3 เหล่าทัพ ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน และ ระบบแอนตี้โดรน ซึ่งมี บริษัทเอกชนจากหลายชาตินำเสนอสินค้ารุ่นใหม่มากขึ้น
สำหรับไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือพื้นที่จัดแสดงของบริษัทSAAB สวีเดน ที่เปิดให้เยี่ยมชมเครื่องบินขับไล่กริพเพน E ที่นั่งเดี่ยวในรูปแบบม็อคอัพ (mockup) ขนาดเท่าของจริง 1 ต่อ 1 สร้างด้วยวัสดุไฟเบอร์กลาส มีการติดจรวด Meteor และ จรวดร่อนGBU โดย มีการเปิดให้ ผู้ร่วมงานได้ขึ้นไปนั่งในที่นั่งนักบินเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย
ทั้งนี้เครื่องบินขับไล่กริเพน E ที่ทางบริษัทSAAB ของสวีเดนนำมาจัดแสดง เป็นรุ่นเดียวกับที่กองทัพอากาศไทยจัดซื้อในโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F16 ของกองบิน 1 ที่จะปลดประจำการ
ตามข้อตกลงเป็นการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตีกริพเพน Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 เครื่อง วงเงิน 19,500 ล้านบาท พร้อมความตกลงนโยบายชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Offset policy)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของบูท CSSC ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างสร้างทำเรือดำน้ำS26T ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติลงนามในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ และขยายเวลาส่งมอบ มีการตั้งโชว์โมเดลเรือดำน้ำรุ่นต่างๆ เรือฟริเกต รุ่นใหม่ โดยตัวแทนบริษัทได้มอบโมเดล S26T ให้กับตัวแทนกองทัพเรือเพื่อเป็นการขอบคุณ
นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแสดงระเบิดนำวิถี KGGB ที่ผลิตโดยเกาหลีใต้ซึ่งได้ติดตั้งกลับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในการปฎิบัติการโจมตีทางอากาศ ได้ฐานที่มั่นทางทหารกัมพูชาด้วย โดยขณะนี้กองทัพอากาศอยู่ระหว่างการจัดซื้อเพิ่มเติม
ขณะที่ศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศฯ ได้นำ ปืนใหญ่อัตตาจร ATMG 155 ม. ปืนใหญ่อัตราจร 120 มม. ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ปฎิบัติการในพื้นที่ ช่วงของการสู้รบ 5 วัน นำมาแสดง ขีดความสามารถในการผลิตของไทยซึ่งพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือของ Elbis System ประเทศอิสราเอล ในปัจจุบันมีประจำการทั้งกองทัพบก และกองทัพเรือของไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา
จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D
หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม
กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล
‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก
รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน
โฆษกรบ. ยันเดินหน้า UNCLOS ยันเพื่อกำหนดเขตแดน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่
โฆษกรบ. ยัน เดินหน้า UNCLOS เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเจรจาพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ประชาชนมั่นใจได้

