อัยการสูงสุด ห่วงใยประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ เมาไม่ขับ-ไม่ขับรถซิ่ง ได้มีความสุขกับครอบครัว เปิดหนังสือเวียนปี 68 ฟ้องคดีเมาแล้วขับก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ชงศาลริบรถของกลางด้วย
13 เมษายน 2569 - ที่บริเวณโถงด้านหน้าองค์พระพุทธอัยการมงคลโลกนาถ ชั้น 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมสงกรานต์ สืบสานประเพณีวิถีไทยรดน้ำขอพร สงกรานต์สำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปี 2569 โดยมี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ ประธานคณะกรรมการอัยการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมกิจกรรมคับคั่งหลายร้อยคน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา
นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ได้อวยพรเทศกาลปีใหม่ของคนไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนับถือคุ้มครอง ประชาชนเเละครอบครัวให้เดินทางกลับสู่ภูมิลําเนาอย่างปลอดภัย ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ และที่สําคัญคือในการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ ขอให้ประชาชน ได้ใช้ความระมัดระวังการขับขี่รถยนต์ โดยไม่ขับรถเร็ว ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ มิฉะนั้นแล้วเดี๋ยวอาจจะต้องเกิดความสูญเสีย แทนที่จะไปสนุกสนาน ไปมีความสุขกับครอบครัว อาจจะต้องมานั่งทุก์ระทมภายหลัง ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ แวะ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ตลอดปีใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากการขับรถในขณะเมาสุราก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายทรัพย์สินของผู้อื่น
ในช่วงปี2568 สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยออกหนังสือเวียน การดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางถนนที่มีความรุนแรงและความเสียหายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สำนักงานอัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่ออัยการได้รับสำนวนคดีที่มีการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วให้พิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เมาแล้วขับ มีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดและยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดังกล่าวกับผู้เมาแล้วขับให้พนักงานอัยการสั่งให้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางด้วย
ทั้งนี้ในหนังสือของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ลงนามโดย (นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์) รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด เมื่อ 9 มิ.ย. 2568 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น โดยอ้างถึง หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส (สฝปผ.) 0018/ว 380 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 เรื่อง ความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (8), 160 วรรคสาม
โดยเนื้อหาหนังสือระบุอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยวดยานทางถนนของประชาชนในประเทศไทยมีความรุนแรง ซึ่งเกิดความเสียหายและต้องสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้ขับรถในขณะเมาสุราแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น ฉะนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยทางถนนที่มีความรุนแรงและเกิดความเสียหายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สำนักงานอัยการสูงสุดจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติกรณีพนักงานอัยการได้รับสำนวนคดีที่มีการดำเนินคดีกับผู้ขับรถขณะเมาสุราแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่นไว้พิจารณา โดยให้พนักงานอัยการพิจารณาว่า พฤติการณ์ในการขับรถขณะเมาสุราของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีมีลักษณะเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2525 มาตรา 43 (8) ด้วยหรือไม่
หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาได้ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นความผิดดังกล่าวด้วย และยังมิได้มิการแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้ต้องหา ให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา
และในการฟ้องคดีให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบรถของกลางตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส (สฝปผ.) 0018/ว 380 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ตามที่อ้างถึงด้วย โดยปัจจุบันหนังสือเวียนดังกล่าวยังมีผลอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วัชระ' จี้อสส.ฟันล้มละลาย 'ทักษิณ' ทวงภาษี 1.7 หมื่นล้าน โฆษกอสส.รับลูกตั้งทีมร่วมสรรพากรลุยสอบแล้ว
'วัชระ' บุกยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด จี้เร่งฟ้องคดีล้มละลายและขอศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 'ทักษิณ' เพื่อทวงหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท ก่อนหมดอายุความมี.ค.2570 ด้านโฆษก อสส. เผยอสส.สั่งตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสรรพากรเร่งพิจารณาสำนวนแล้ว ยืนยันทำงานโปร่งใสพร้อมแจงสังคมทุกมิติ
อัยการสูงสุด ออกแนวทางปฏิบัติ 'นิรโทษกรรม' ยุติฟ้อง-ถอนหมายจับ
อัยการสูงสุด ออกหนังสือกำหนดแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 สั่งพนักงานอัยการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองในช่วง
'อสส.' กางแผนปราบอาชญากรรม ยกโมเดล FBI ต้องมีอำนาจเชิงรุก ล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว
‘โกวิท’ อัยการสูงสุดคนที่ 21 ประกาศภารกิจ 2 ปี กางแผนปราบอาชญากรรม ยกโมเดล FBI ต้องมีอำนาจเชิงรุก ดัน ‘วัชรินทร์’ นำทัพสำนักงานสอบสวน ล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว
'โกวิท' อสส.ใหม่ สั่งอัยการกล้าไม่ฟ้องคดีหลักฐานอ่อน ชี้ศาลยกฟ้อง 40%
อัยการสูงสุดคนที่ 21 มอบนโยบายอัยการทั่วประเทศ ย้ำต้องกล้าใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน หลังพบคดีที่อัยการฟ้องศ
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง-ไม่ใช่รัฐประหารเงียบ
นักกฎหมายมหาชนชี้ สว.สำรองกลุ่ม 11 ยื่น อสส.เป็นเพียงเทคนิคเปิดช่องอำนาจฟ้องตรงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มองข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว.ไม่เข้าองค์ประกอบล้มล้างการปกครอง ซัดกลุ่มแพ้แล้วพาล อยากเป็น สว.ตัวจริง เชื่อโอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

