กมธ.สธ. วุฒิสภา โต้เฟคนิวส์กล่าวหา สว.เสนอยกเลิกบัตรทอง 30 บาท ชี้บิดเบือนข้อเท็จจริงที่อภิปรายนโยบายรัฐบาล ลั่น ไม่เคยคิดยกเลิก เตรียมรวบรวมหลักฐานเอาผิดทางกฎหมาย เหตุสร้างความเสียหาย-ทำปชช.ตื่นตระหนก
21 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข วุฒฺิสภา แถลงกรณีที่มีกระแสข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า สว.เสนอให้ยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาล บัตรทอง 30 บาท ว่า ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เราไม่มีแนวคิดที่จะยกเลิกบัตรทอง ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงจากการอภิปรายในรัฐสภา เกี่ยวกับการการแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งการอภิปรายทั้งตนและนพ.วีรพันธ์ สุวรรนามัย สว.ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ ได้พูดในประเด็นเดียวกันเพื่อที่จะสะท้อนปัญหาในเชิงโครงสร้างของระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปแบบให้มีความยั่งยืน พวกเราไม่เคยเสนอให้ยกเลิกสิทธิการรักษาของประชาชนแม้แต่ประโยคเดียว
นพ.ประพนธ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เราเสนอมีเรื่องสำคัญ 2 เรื่องคือปัญหาเชิงโครงสร้างของงบประมาณของบัตรทอง เพราะปัจจุบันโรงพบาบาลของรัฐจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตุว่าการจัดสรรงบประมาณบางส่วนมีลักษณะสองมาตรฐาน งบค่ารักษาผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเป็นแบบปลายปิด แต่บางโครงสร้างกลับมีงบประมาณแบบปลายเปิด หรือเบิกมาเท่าไหร่เท่ากัน ซึ่งการหยิกยกขึ้นมาก็เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาว่าการปรับโครงสร้างให้สอดคล้อกงับต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรมต่อหน่วยบริการ และธรรมภิบาลของการบริหารระบบ ซึ่งเรามีข้อสังเกตุเกี่ยวกับโครงสร้างของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าบุคคลบางคนสามารถดำรงตำแหน่งในบอร์ดหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยผ่านการสลับตำแหน่งกันไปมา ซึ่งเราไม่ได้มีเจตนาโจมตีบุคคล แต่เป็นข้อเสนอที่ต้องหารให้ระบบมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลและสามารถตรวจสอบได้
“ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่เคยคิดจะลดสิทธิประชาชน แม้แต่ข้อเดียว แต่ต้องการให้ระบบมีงบประมาณที่สอดคล้องกับต้นทุนจริง มิฉะนั้นโรงพยาบาลของรัฐจะล้มก่อน และผู้ที่รับผลกระทบที่สุดคือประชาชน และไม่มีสว.คนใดที่มีความคิดที่จะยกเลิกบัตรทอง แต่เมื่อมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และเข้าใจผิดต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ดังนั้นขณะนี้ สว.และผู้เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน หากพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลโดยเจตนา ทำให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ ก็ต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป “นพ.ประพนธ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวเกาะช้าง วอน สว. ช่วยดันอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว รอ ครม. อนุมัติให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้
สว.ลงพื้นที่เกาะช้าง ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองพร้าว” ชาวบ้านโอด น้ำประปาไม่เพียงพอ เชื่อหากผลักดันได้ ต้นทุนการท่องเที่ยวต่ำลง กระตุ้น ศก.บนเกาะมากขึ้น พร้อมวอนเร่งรัดการก่อสร้างถนนรอบเกาะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในพื้นที่
ทิ้งบอมบ์! ปูดสภาสูงปีก 'น้ำเงิน' ลุยเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน
ระเบิดลงวุฒิสภา! ปูดสภาสูงปีกน้ำเงินเดินเกมเติมเสียงดูด สว. เข้าก๊วน เชื่อคนอยากได้ตำแหน่งยังไปวิ่งเต้นที่เขากระโดง-ซอยรางน้ำ เหตุแม้ยื่นสอย 26 คน แต่ยังคุมเบ็ดเสร็จ
สื่อปักหลักรอ 26 สว.คดีฮั้ว วุ่นทั้งชั้นวุฒิสภา 'สุเทพ' ฝ่าวงนักข่าวลั่น 'ไม่โอเค'
สื่อมวลชนปักหลักรัฐสภารอสัมภาษณ์ 26 สว. หลัง กกต.มีมติส่งศาลฎีกาคดีฮั้ว สว. รวมถึง “มงคล” ทำ สว.โทรศัพท์แจ้งข่าวกันวุ่น
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี
นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด
ผ่าระบบฉุกเฉินไทย! 'เปรมศักดิ์' ชี้ 2,574 ตำบล ยังไร้หน่วยแพทย์ เร่งปั้น Paramedic 7,500 คน
ชีวิตฉุกเฉินรอไม่ได้! คณะทำงานวุฒิสภาพบหน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคกลาง เร่งดันท้องถิ่นตั้งหน่วย เพิ่มทีมระดับสูง และผลิต Paramedic 7,500 คนใน 5 ปี

