รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจงข้ออภิปราย “ภคมน” ปมปาล์มน้ำมัน ย้ำไม่ได้ห้ามส่งออก–B20 ดูดซับผลผลิตจริง ตัวเลขยืนยันราคายังอยู่ในเกณฑ์ดี
29 เมษายน 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เกี่ยวกับการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันของรัฐบาลว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ อย่างไรก็ตามบางประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วนในเชิงระบบ
รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจงว่า ประเด็นที่ระบุว่ารัฐบาล “ห้ามส่งออก” น้ำมันปาล์มนั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยมาตรการของรัฐบาลเป็นเพียงการกำกับดูแลผ่านระบบขออนุญาตส่งออกล่วงหน้า เพื่อบริหารสมดุลปริมาณในประเทศ ไม่ให้กระทบต่อการบริโภคและภาคพลังงาน โดยกำหนดเพดานการส่งออกไว้ที่ 200,000 ตัน และสามารถปรับตามสถานการณ์ได้
“ข้อมูล ณ วันที่ 23 เมษายน 2569 มีคำขอส่งออก 114,500 ตัน และได้รับการอนุมัติทั้งหมดทุกคำขอ จึงไม่ใช่การปิดกั้นการส่งออกแต่อย่างใด” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในด้านราคาปาล์มน้ำมัน ความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นผลจากกลไกตลาดโลก โดยราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดมาเลเซียอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศไทย ทำให้แรงจูงใจในการส่งออกลดลงตามภาวะตลาด ไม่ใช่ผลจากมาตรการของรัฐ
นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า สำหรับข้อสังเกตเรื่องนโยบาย B20 นั้น การประเมินจากจำนวนปั๊มน้ำมันเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนภาพรวมที่แท้จริง เนื่องจากนโยบายไบโอดีเซล (B7 และ B20) มีบทบาทสำคัญในการดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันเข้าสู่ภาคพลังงาน โดยปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 70,000 ตันต่อเดือน เป็น 120,000–140,000 ตันต่อเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพยุงราคา
“การขยายการใช้ B20 จำเป็นต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งด้านความพร้อมของระบบสถานีบริการและเครื่องยนต์ การเตรียมอุปทานล่วงหน้าจึงเป็นการบริหารจัดการเชิงรุก ไม่ใช่ข้อจำกัดตามที่มีการตั้งข้อสังเกต” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
ในภาพรวม รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ราคาปาล์มน้ำมันในปี 2569 ยังอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยราคาผลปาล์มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.15 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน สะท้อนว่ามาตรการบริหารจัดการของรัฐบาลยังคงช่วยรักษาเสถียรภาพราคาได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบลานเทและโรงสกัดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร หากพบการเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะเดียวกันฝ่ายค้านมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ ท้วงติง และเสนอแนะ ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟังอย่างสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายควรตั้งอยู่บนข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยเสียโอกาสไปไม่น้อยจากการคัดค้านที่ตั้งอยู่บนข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการตีความที่คลาดเคลื่อน รัฐบาลจึงเห็นว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
“การบริหารจัดการปาล์มน้ำมันเป็นเรื่องที่ต้องมองทั้งระบบ ทั้งด้านตลาดโลก พลังงาน และรายได้เกษตรกร รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' รับกดซื้อแต่ไม่ทัน หลังสื่อจี้ถามปมพิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียน ปลัดพาณิชย์รีบดึงออกจากวงสัมภาษณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน
'ฝ่ายค้าน' ดักคอประธานสภาอย่าชิงปิดประชุม เตะถ่วงตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล
จับตาเย็นนี้! ประธานฯชิงปิดประชุมสภา คุมกำเนิดตั้งกมธ.วิสามัญหรือไม่ ฝ่ายค้านผนึกกำลังจี้ตั้งกมธ.แก้ปัญหาพืชผล ซัด ‘ซูปเปอร์จี’ เกาไม่ถูกที่คัน ชี้ไลฟ์สดทุเรียนป่วนเกษตรกร ระบุ เรื่องใหญ่ไม่สามารถเข้ากรรมาธิการสามัญได้
ครม. เห็นชอบจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ม.นครพนม วงเงิน 2,502 ล้าน แก้วิกฤตขาดหมอภาคอีสานตอนบน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท
ชาวสวนปาล์ม ยื่น 'อภิสิทธิ์' ติดตามนโยบายพาณิชย์ ปาล์มน้ำมันถูกกดราคาในช่วงวิกฤต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับยื่นหนังสือจาก นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ติดตามการทำงานของรัฐบาลในการความเป็นธรรมกับชาวสวนปาล์ม
เมษาร้อนจัด! เตือนระวัง 'ฮีทสโตรก' เลี่ยงแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อุณหภูมิอากาศในช่วงเดือนเมษายนปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อ
แก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก ทส. ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี ความปลอดภัย จนท. ต้องมาก่อน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ โดยกร

