“ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ “ภูมิธรรม-ปลัดมหาดไทย” ปมโยกย้ายพ้นเก้าอี้อธิบดีไปนั่งผู้ตรวจฯ ก่อนเกษียณ หลัง ก.พ.ค. ชี้คำสั่งขัดระบบคุณธรรม พร้อมตั้งคำถามการใช้อำนาจฝ่ายการเมืองกระทบสิทธิและเกียรติข้าราชการหรือไม่
23 พฤษภาคม 2569 - รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบันตำแหน่งเลขานุการรมว.มหาดไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการโยกย้ายตนออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก่อนเกษียณอายุราชการ
คำร้องดังกล่าวกล่าวหานายภูมิธรรม เวชยชัย ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเสนอและดำเนินการโยกย้ายผู้ร้องโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักระบบคุณธรรม และอาจเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ผู้ร้องระบุว่า การโยกย้ายดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการมอบนโยบายในช่วงเวลาอันสั้น โดยไม่ปรากฏเหตุผลเฉพาะรายว่า ผู้ร้องมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ไม่มีการประเมินผลการทำงาน ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจง และไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าการย้ายออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเป็นความจำเป็นแท้จริงของทางราชการ
ประเด็นสำคัญของคำร้อง คือ ผู้ร้องเห็นว่าการถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยมิใช่การสับเปลี่ยนตำแหน่งตามปกติ แต่เป็นการลดบทบาท อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และโอกาสในทางราชการ โดยเฉพาะเมื่อผู้ร้องใกล้เกษียณอายุราชการ ทำให้ไม่อาจกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้ และส่งผลกระทบต่อเกียรติประวัติ ชื่อเสียง และโอกาสหลังเกษียณอายุราชการ
คำร้องยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ซึ่งมีมติเสียงข้างมากว่า การดำเนินการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ผู้ร้องจึงขอให้ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้ไต่สวน ตรวจสอบเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบว่ามีผู้ใดเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำดังกล่าวหรือไม่
ผู้ร้องยืนยันว่า มิได้ประสงค์ให้ ป.ป.ช. วินิจฉัยความผิดล่วงหน้า แต่ขอให้มีการไต่สวนโดยรอบคอบ เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคุ้มครองหลักนิติธรรม ระบบคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน และความเป็นธรรมต่อข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ คดีนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง แต่เป็นคำถามสำคัญต่อ “ระบบคุณธรรม” ในราชการไทยว่า การใช้อำนาจย้ายข้าราชการต้องมีเหตุผลเฉพาะราย ตรวจสอบได้ และต้องไม่กระทบสิทธิ เกียรติประวัติ และความเป็นธรรมของผู้ถูกย้าย
เมื่อ ก.พ.ค. มีคำวินิจฉัยว่า การโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับความเสียหายจึงมีสิทธิร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบต่อไปว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบ หรืออาจถึงขั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายอาญาหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติ ครม. รับโอน 'ปิยะศิริ' เลขาฯศอ.บต. นั่งปลัดยุติธรรม โยก 'พงษ์สวาท' เป็นที่ปรึกษานายกฯ
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอให้รับโอน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมให้ดำรงตำแหน่งปรึกษานายกรัฐมนตรี
นายกฯ ชี้ปลัด มท. มีอำนาจระงับเงินเดือน 5,000 คน หากทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ต้องรอ ป.ป.ช. ชี้มูล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ตรวจสอบ 15,000 กว่ารายชื่อแรกของผู้ได้รับการบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้ว พบข้อเท็จจริงคือการประกาศผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกัน ประมาณ 5,000 คน ว่า นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ไปแล้วก็ตามนั้นเลย
มท.4 เผยผลสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่น พบ 5,000 คน คะแนนไม่ตรงกระดาษคำตอบ
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบกระดาษคำตอบกับคะแนนของผู้ได้รับบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้วจำนวนกว่า 15,000 คน ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ว่า จากการตรวจสอบ 15,000 กว่ารายชื่อแรก
นายกฯ ยันปลัด มท. ลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ.แล้ว ลั่นไม่มีวิ่งเต้น ซูเอี๋ย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย
'ก.ต.' มีมติเอกฉันท์ แต่งตั้ง 'วีระพงศ์' นั่งประธานศาลฏีกาคนที่ 52
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีการประชุมวาระสำคัญ คือ การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการ
ระทึก! 'รมช.มท.' เผยคืนนี้รู้ผลสอบ 'ขรก.ท้องถิ่น' 1.5 หมื่นคน ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบต้องดึงชื่อออก
'วรศิษฎ์' เผยคืนนี้รู้ผลสอบขรก.ท้องถิ่น 15,000 คน หากพบผิดปกติต้องดึงชื่อออก ให้ลำดับถัดไปขึ้นแทนไม่ต้องสอบใหม่ เชื่อเรียกความเชื่อมั่น มท.กลับมาได้

