ปชป. แฉพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซอยย่อยให้ต่ำกว่า 5 แสน สูงถึง 38,945 โครงการ

ปชป.แฉ จัดซื้อจัดจ้าง กทม.ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซอยย่อยโครงการให้ต่ำกว่า 5 แสน สูงถึง 92.8% “การดี” ปูดบริษัทเดียวได้เป็นร้อยโครงการ “อนุชา” ถามคน กทม.รับพฤติกรรมบริหารงานแบบนี้ได้หรือ

17 มิถุนายน 2569 -เมื่อเวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีข้อสงสัยการจัดซื้อจัดจ้างโครงการของกรุงเทพมหานคร

นางการดี กล่าวว่า จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างกรุงเทพมหานคร 2568 - 2569 ที่เราสืบค้นได้ทั้งจากระบบที่เผยแพร่การจัดซื้อจัดจ้างของกทม. แอพพลิเคชั่นส่องรัฐ และแอพพลิเคชั่นภาษีไปไหน ซึ่งภาพรวมโครงการทั้งหมด 43,178 โครงการ งบประมาณรวม 52,380 ล้านบาท โดย 92.8% หรือ 40,054 โครงการ เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งขอตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร ใน 40,054 โครงการทึ่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีมูลค่ารวม 13,370 ล้านบาท ซึ่งพวกเราทีมส่องรัฐขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงสูงขนาดนี้ เป็นสิ่งที่น่าผิดสังเกต เพราะตามกฎหมายหากใช้วิธีเฉพาะเจาะจง มีข้อกำหนดไว้อยู่ไม่กี่ข้อโดยต้องเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน หรือมีความเฉพาะอย่างที่เลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเป็นสิ่งที่เราตั้งคำถาม

นางการดี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในโครงการที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เป็นโครงการต่ำกว่า 500,000 บาทมากถึง 38,945 โครงการ มูลค่ารวม 5,520 ล้านบาท ถือเป็นการซอยย่อยโครงการเพื่อไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องมีการเทียบหรือประมูลราคาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ มีข้อมูลว่ามีบริษัทหนึ่งได้เป็น 100 งานก็มี

ด้านนายอนุชา กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลางและอาคารสำนักงานการแพทย์ด้วยวิธีประมูลราคาอิเล็กทรอนิกส์ โครงการระดับสี่พันล้านบาท ผู้ชนะใกล้ราคากลางอยู่ที่ 3,996.998 ล้านบาท ซึ่งราคาเสนอของผู้ยื่นสองรายห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งล้านบาท คิดเป็น 0.025% เท่านั้น ทั้งนี้ โครงการเฉพาะเจาะจงที่น่าเป็นห่วง เพราะมีแนวโน้มว่าจะมีการเลือกผู้รับจ้างรายเดิมซ้ำๆ ในโครงการที่ซอยย่อยออกไป นอกจากนี้ในเรื่องของราคามีความเป็นไปได้ที่จะสูงกว่าราคาตลาด เพราะไม่มีการแข่งขัน ไม่มีการบิดดิ้ง นอกจากนี้มีการแบ่งงาน ซอยย่อยโครงการใหญ่ที่มีมูลค่าเกิน 500,000 บาท โดยแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูล โดย 70% ไม่สามารถดูข้อมูลทีโออาร์ได้ ดังนั้นหากเป็นประชาชนทั่วไปเห็นถึงทีโออาร์หรือการประกาศราคา อาจจะดูไม่ออกว่ามีการซอยย่อยแบบไหน แต่วันนี้การที่เราใช้แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีส่องรัฐ เอาข้อมูลมาส่อง กทม. จากข้อมูลที่เรามีซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่เราได้มาง่ายๆ ต้องประสานงาน ต้องขอความร่วมมือซึ่งบางส่วนไม่เปิดเผยที่มา ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องหลบๆ ซ่อนๆ แอบๆ หรือไม่

นายอนุชา กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่ได้กล่าวหาใครทั้งสิ้นเพราะแพลตฟอร์มส่องรัฐเป็นแพลตฟอร์มที่เราต้องการเห็นเทรนด์หรือแนวโน้มที่มีความผิดปกติ มีแนวโน้มที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และมีแนวโน้มที่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ และได้เห็นการทำงานการตรวจสอบซึ่งเป็นสิ่งดีที่ประชาชน ไม่ใช่แค่คน กทม.จะได้รับประโยชน์จากข่าวสารที่พรรคการเมืองตรวจสอบ

“ผมไม่อยากให้มีอคติ หมายความว่าไม่ต้องมองว่าคนคนนั้นเป็นใคร หากมีพฤติกรรมแบบนี้หรือมีแนวโน้มในการบริหารหน่วยงานราชการแผ่นดินแบบนี้ คนไทย คนกทม.รับได้หรือไม่ ถ้าไม่ใช่คนที่ท่านชื่นชอบ ถ้าไม่ใช่คนที่ท่านมีความรู้สึกว่าผูกพัน หรือมีใจให้ หากเป็นคนอื่นท่านจะยังคิดแบบเดิมหรือไม่ นี่คือคำถามที่ผมอยากให้คนไทยและคน กทม.ได้ตระหนักสักนิด ว่าข้อมูลที่เรานำมาเปิดเผยนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ อยากถามว่าพฤติกรรมแบบนี้ดีหรือไม่ และผมอยากขอกำลังใจ อยากให้เห็นถึงความตั้งใจ อย่ามองเรื่องว่าเป็นพรรคไหน สีอะไร ขอให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่มาเปิดเผยข้อมูล และจะลงลึกข้อมูลว่าใครที่เป็นคนจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงแบบนี้ มีอีกกี่ครั้ง อีกกี่คน อีกกี่หน่วยงาน ขอให้ติดตามในส่วนของข้อมูลที่เราจะเพิ่มเติม เพื่อส่อง กทม.ให้สะอาด โปร่งใส และตรวจสอบได้มากกว่านี้” นายอนุชา กล่าว

ด้านนายสกลธี กล่าวว่า หากมีแนวโน้มว่าโครงการใดส่อทุจริต เราจะยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบต่อไป ซึ่ง 92.8% ที่ใช้วิธีประมูลแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งกระจายอยู่ทุกสำนักใน กทม. หน่วยงานที่เห็นข้อมูลควรเข้าไปตรวจสอบแล้ว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป. จัดหนัก! ร้อง ป.ป.ช.-มท. เชือด 'สก.ส้ม' เสียบบัตรแทนกัน

'โฆษก ปชป.' พร้อม สก. แถลงลุยสอบปมสภา กทม. ลงมติแทนกัน เล่าเหตุการณ์วินาทีโหวต เตรียมร้อง ป.ป.ช.-มท. ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง แต่ต้องร่วมสร้างความโปร่งใส

กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม

กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม

'ไอซ์' โยนถาม 'ภาวุธ' ทำไมเปลี่ยนท่าทีปม TH-AI ดีลแลกคดี Forex หรือไม่ อยากฟังเหมือนกัน

'ไอซ์' โยนถาม 'ภาวุธ' เองดีกว่า ทำไมท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ปม TH-AI Passport บอกอยากฟังเหมือนกัน จะตอบยังไง ฉะพวกมีอำนาจ ใช้กำลังภายในบิดเบือนเจตจำนง พูดเรื่อง 'ความคุ้มค่า' เพราะตอบเรื่อง 'ทุจริต' ไม่ได้ ย้ำธงปชน.ไม่เปลี่ยน ล้มโครงการ ให้พับงบ 1,600 ล้านให้ได้

'ศิริกัญญา' ชวนจับตางบกลาง 6.5 พันล้านรับภัยแล้ง หวั่นซ้ำรอยโซลาร์บาดาลปี 68

'ศิริกัญญา' ชวนจับตางบกลาง 6.5 พันล้านรับภัยแล้ง หวั่นซ้ำรอยโซลาร์บาดาลปี 68 เสี่ยงล็อกสเปก-เอื้อเอกชน เหน็บรัฐอ้างงบไม่พอแต่ยังเดินหน้าโครงการ

'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอรัฐบาลรับไปพิจารณา อาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง

'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอแนะรัฐบาลหยิบไปพิจารณา แจงอาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง ชี้บางเรื่องต้องใช้เวลา ยันนายกฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ สั่งการใกล้ชิดห้ามทอดทิ้งประชาชน

อดีตนายกสภาทนาย ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด กทม.ต้องร่วมรับผิด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการ