'อีสท์ วอเตอร์' ชี้แจงกรณีข้อมูลอภิปรายและข่าวที่คลาดเคลื่อน ยืนยันการจ่ายค่าส่วนแบ่งรายได้และการชำระภาษีถูกต้องตามสัญญาและกฎหมาย ส่งข้อมูลให้ 'ดีเอสไอ' เรียบร้อยแล้ว

ผู้บริหารอีสท์ วอเตอร์ ชี้แจงว่าข้อมูลอภิปรายในสภาคลาดเคลื่อน กล่าวหาบริษัท แจงละเอียดยิบค่าน้ำสูงสุดเฉลี่ย ลบ.ม.ละ 11 บาท ไม่ใช่ 26 บาท  ย้ำชัดจ่ายค่าผ่านท่อตามสัญญา ขณะที่ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบันได้ปรับเพิ่มเป็น 7% พร้อมส่งเจ้าหน้าที่-เอกสารหลักฐาน แจง "ดีเอสไอ" กรณีถูกกล่าวหาลักลอบเชื่อมต่อท่อส่งน้ำดิบ เลี่ยงจ่ายภาษี

ตามที่มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพื่อชี้แจงโครงการท่อส่งน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยระบุว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ได้ให้ผลตอบแทน 30 ปีกับรัฐบาลนั้นมาจนถึงวันนี้ยังไม่ถึง 600 ล้านบาทนั้น

เรื่องนี้นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่อีสท์ วอเตอร์ ชี้แจงว่า ตามสัญญาการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก การจ่ายค่าตอบแทน(ค่าเช่าท่อ) ให้กับกรมธนารักษ์ ตามสัญญาตั้งแต่ปี 2537-2564 ทั้งสิ้น 588.33 ล้านบาท ตามสัญญาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2536 ได้ระบุถึงอัตราค่าเช่าท่อไว้ที่ปีละ 2 ล้านบาท หรือปีใดหากมียอดขายน้ำดิบเกินกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ให้จ่ายเพิ่ม 1% ของยอดขายน้ำดิบ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 บริษัท ได้มีการปรับอัตราชั่วคราวจาก 3% เป็น 7%

ย้ำชัดค่าน้ำสูงสุดเฉลี่ยแค่ 11 บาทต่อลบ.ม.ไม่ใช่ 26 บาท 

นายเชิดชาย กล่าวอีกว่าสำหรับผลตอบแทนแก่ภาครัฐ นอกเหนือจากการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนในแต่ละปี ให้แก่กรมธนารักษ์ มาตั้งแต่ปี 2537-2564 รวม 588 ล้านบาท ตามข้อตกลงที่ อีสท์ วอเตอร์ และกรมธนารักษ์ได้ตกลงกัน ขณะเดียวกัน อีสท์ วอเตอร์  ยังมีการจัดสรรกำไรในแต่ละปีโดยได้จัดสรรเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภาครัฐซึ่งถือหุ้นอยู่ในอีสท์วอเตอร์ 45% เป็นเงินรวมประมาณ 5,500 ล้านบาท ผลประโยชน์ส่วนเพิ่มของผู้ถือหุ้นภาครัฐ  3,060 ล้านบาท ลงทุนแทนภาครัฐ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคณะรัฐมนตรี  22,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นกว่า 30,000 ล้านบาท โดยยังไม่รวมปันผลแก่ผู้ถือหุ้นทั่วไปหลังจากจัดสรรปันผลแล้ว จะสะสมเป็นกำไรสะสมในงบการเงิน ณ สิ้นปี 2564 มีจำนวน 6,800 ล้านบาท

ส่วนการกำหนดราคาจำหน่ายน้ำดิบ เป็นการกำหนดที่สะท้อนต้นทุนและได้กำไรที่เหมาะสมต่อความสามารถในการนำไปใช้ในการลงทุนได้ต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าในช่วง 10 ปีแรก อัตราค่าน้ำดิบโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาทต่อลบ.ม. ในปีที่ 11-20 อัตราค่าน้ำดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 8.5 บาทต่อลบ.ม. และในปีที่ 21-30 อัตราค่าน้ำดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 11 บาทต่อลบ.ม.

ดังนั้นในส่วนของการเก็บค่าน้ำดิบชัดเจนว่าราคาสูงสุดเฉลี่ยไม่เกิน 11 บาทต่อลบ.ม. ไม่ใช่ลบ.ม.ละ 12 บาทกว่า และ สูงสุด  ลบ.ม.ละ 26 บาท อย่างที่มีการกล่าวอ้างกันในสภาแต่อย่างใด

ในส่วนของการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ภาครัฐ บริษัทได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยจ่ายค่าเช่าบริหารท่อในอัตราที่เป็นไปตามสัญญา ตามที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด หรือกรณีเส้นท่อที่ไม่มีสัญญาก็ได้จ่ายในอัตราชั่วคราว ตามที่ตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย การชำระค่าเช่าบริหารท่อในแต่ละปีให้แก่กรมธนารักษ์ ตั้งแต่ปี 2537-2564 เป็นไปตามสัญญาและตามเงื่อนไขของกรมธนารักษ์ โดยรายได้ที่นำมาคำนวณผลตอบแทนนั้นถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ เป็นไปตามงบการเงินซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้บัญชีที่น่าเชื่อถือ

แจงเหตุกรมธนารักษ์ขอเข้าพื้นที่เวลากระชั้นชิด

นายเชิดชาย ชี้แจงถึงความเข้าใจคลาดเคลื่อนกรณีที่กรมธนารักษ์ แจ้งให้อีสท์ วอเตอร์ อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์ ในการลงพื้นที่รับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยะอง ในวันที่ 21-22 เมษายน 2565 เรื่องนี้ อีสท์ วอเตอร์ ไม่ได้ขัดขวางการเข้าพื้นที่แต่อย่างใด

แต่เนื่องจากบริษัทได้รับหนังสือจากกรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 เวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิด ในการมอบหมายพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมข้อมูลและสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ แก่เจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์  ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งบริษัทต้องปฎิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ตามแนวทางของราชการในพื้นที่ปฎิบัติการอย่างเคร่งครัด

ดังนั้นอีสท์ วอเตอร์ จึงขอให้กรมธนารักษ์ เลื่อนวันที่จะลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ออกไปก่อน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายบริษัทก็จะจัดเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บริษัทยินดีให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์

ส่งข้อมูลแจง"ดีเอสไอ" ปมถูกกล่าวหาเลี่ยงภาษี

นายเชิดชาย ย้ำว่าที่ผ่านมาอีสท์ วอเตอร์ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน อย่างกรณีที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขอข้อมูลเอกสารการสืบสวนและส่งเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจพื้นที่ เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนว่าบริษัทอาจมีการลักลอบเชื่อมต่อท่อส่งน้ำดิบ ระหว่างสายหนองค้อ-แหลมฉบัง  (ระยะที่ 1) เข้ากับท่อส่งน้ำดิบ สายหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) อาจมีการเสียภาษีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอให้บริษัทจัดส่งเจ้าหน้าที่และส่งมอบหลักฐานไปให้ เรื่องนี้บริษัทยินดีให้ความแก่เจ้าหน้าที่ โดยได้มอบผู้แทนเข้าให้ข้อมูลแล้ว

อย่างไรก็ตาม  ข้อมูลที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอมานั้น ทางบริษัทได้ส่งเอกสารสรุปข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายน้ำ ปริมาณน้ำที่ได้จำหน่าย และรายได้จากการจำหน่ายน้ำดิบจากท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง ระยะที่ 1 และท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง ระยะที่ 2 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน และเอกสารทางการเงินของบริษัทย้อนหลัง 5 ปี

ดังนั้นกรณีที่มีการกล่าวหาอีสท์ วอเตอร์ ในเรื่องต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อการดำเนินงานของบริษัท ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจให้บริการจัดหาส่งน้ำให้พื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในการสูบจ่ายน้ำให้ลูกค้าในแนวท่อ ที่บริษัทบริหารอยู่ทั้งหมด ดำเนินการในลักษณะองค์รวม Water Grid โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า ทั้งในแง่ของเสถียรภาพการสูบจ่าย และปริมาณน้ำที่ต้องเพียงพอแก่ลูกค้าตลอดทั้งปี เป็นพันธกิจที่สอดคล้องกับมติครม. ที่จัดตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออก

เน้นการบริหารงานเพื่อสาธารณประโยชน์ของพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นสำคัญ รวมถึงการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านน้ำให้กับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันที โดยบูรณาการภาพรวมการส่งการจ่าย ผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำ ขนาดใหญ่ มีการเชื่อมโยงเส้นท่อทั้งของกรมธนารักษ์ที่มีอยู่เดิม และที่บริษัทสร้างใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงคงด้านผู้ใช้น้ำให้กับผู้ใช้นำที่เป็นลูกค้าของบริษัทเป็นหลัก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี

“อีสท์ วอเตอร์” ประกาศเริ่มส่งน้ำให้ BDC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว ตอกย้ำบทบาท “ผู้สร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก” (Water Security Solution) พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระดับโลก และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง

EASTW ผนึกพลัง SMTBT รับสินเชื่อ “Blue Loan” ตอกย้ำความเชื่อมั่นสถานะเครดิต เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานน้ำอย่างยั่งยืน

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) ประกาศความสำเร็จในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน

ปชป. แถลงการณ์บี้ 'กกต.' หยุดดำเนินคดีกลุ่มตรวจสอบเลือกตั้ง

'ประชาธิปัตย์' แถลงการณ์ไม่เห็นด้วย 'กกต.' ดำเนินคดีข้อหารุนแรงกับกลุ่มบุคคลที่ตรวจสอบเลือกตั้ง บี้หยุดการกระทำดังกล่าว แนะชี้แจงเปิดข้อมูลให้สังคมกระจ่างแทน

กกต. แจงเหตุขยายเวลาไม่ได้! ลงทะเบียนประชามตินอกเขต

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ (นอกเขต) และการไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์

อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) มอบรางวัล “โรงเรียนต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียโรงอาหาร” 7 แห่ง ปักหมุดความยั่งยืน ปลูกฝังเยาวชนรู้คุณค่าน้ำ

อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) สานต่อภารกิจเพื่อความยั่งยืน จัดพิธีมอบรางวัล“โครงการโรงเรียนต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียโรงอาหาร” ประจำปี 2568 ขยายเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ระยอง

อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) รับรางวัล 'CSR Award 2025' เชิดชูองค์กร CSR ดีเด่น สร้างพลังขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ (EASTW) โดย นายวาทิต ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ผู้มีส่วนได้เสีย เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ระดับจังหวัด (พื้นที่ฉะเชิงเทรา) ในโครงการส่งเสริมและเชิดชูเกียรติรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ประจำปี 2568 (CSR Award 2025)