จะยุ่งเหยิงขนาดไหน! ถ้ามีผลใช้บังคับย้อนหลังได้ เพราะมี 3 อดีตนายกฯที่อยู่เกิน 8 ปี


7 ก.ย.2565 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า.....หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 มีนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมีระยะเวลาเกินกว่า 8 ปี คือ

.....1. จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 14 ปี 11 เดือน

.....2. จอมพลถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 10 ปี 6 เดือน

.....2. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 8 ปี 5 เดือน

.....ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 158 วรรค 4 ที่บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้

.....มีผลใช้บังคับย้อนหลังไปถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อปี 2560 ด้วย

.....ท่านนายกรัฐมนตรีทั้งสามท่านดังกล่าวก็ดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 ปี ระยะเวลาที่เกินจาก 8 ปี ย่อมเป็นการดำรงตำแหน่งที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

.....เมื่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ การบริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีของท่านทั้งสาม จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

.....การปฏิบัติหน้าที่ของท่านทั้งสามในฐานะนายกรัฐมนตรีในทุกกรณีที่ได้กระทำไปและมีการยึดถือปฏิบัติกันตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบันต้องถือไม่ได้มีกระทำนั้นๆ เลย และที่ยึดถือปฏิบัติกันมาก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบกฎหมาย

.....ถ้าเป็นเช่นนั้น ประเทศชาติบ้านเมืองจะยุ่งเหยิงวุ่นวายขนาดไหน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ อัด ‘สมชัย’ เมาหมัด ชี้คดีบัตรเลือกตั้งต้องวัดกันด้วยพยาน

จากกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ กกต.กล่าวหากระทำความผิดอาญาหลายข้อหา ได้โพ

ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้

'หมอเปรม' ให้เกาะติดคดีบัตรเลือกตั้งจะเป็นเพียงภาพลวงตาหรือความยุติธรรมที่แท้จริง

สว.เปรมศักดิ์ชี้มติศาลรธน. 6:3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสมเอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง 'ควันบังตา' สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว