‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณ ศบค.ทุกคน ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ 900 กว่าวัน เอาชนะโควิด

แฟ้มภาพ

นายกฯ โพสต์ขอบคุณ ศบค. ทุกคน ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ 900 กว่าวัน เอาชนะโควิด ยกเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายประเทศชาติปลอดเชื้อ ประชาชนต้องปลอดภัย

3 ต.ค.2565-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha” ระบุว่า ถึง เพื่อนข้าราชการทั่วประเทศ ผู้ปฏิบัติงานใน ศบค.ทุกระดับ ตลอดจนบุคลากรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน เมื่อวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 เป็นวันสุดท้ายของการทำงานของ ศบค. ซึ่งได้ทำงานด้วยกันมา นับตั้งแต่ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคม 2563 จนถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่ง หรือ 900 กว่าวัน ผมขอขอบคุณทุกท่าน และทุกหน่วยงาน ที่ได้ทำงานด้วยความเสียสละ ทุ่มเท เคียงบ่าเคียงไหล่กับผม รัฐบาล และทุกภาคส่วนของประเทศ โดยไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก ใช้ความพยายามอย่างสูงสุด และทุกวิถีทาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของเรา คือ “ประเทศชาติต้องปลอดเชื้อ ประชาชนต้องปลอดภัย”

แต่ด้วยความฉุกเฉินและรุนแรงของโรคอุบัติใหม่นี้ แม้เราทุกคนทราบดีว่าได้จะได้ใช้สติปัญญาและกำลังความสามารถอย่างที่สุดแล้ว ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความสูญเสียได้ ผมเอง และชาว ศบค.ทุกคน ล้วนรู้สึกเสียใจกับทุกการสูญเสีย จึงไม่เคยลดละความเพียร และทำอย่างดีที่สุด เพื่อดูแล “ครอบครัวใหญ่ของเรา” ที่มีสมาชิกเกือบ 70 ล้านคน ให้ปลอดภัยจากโรคระบาด อีกทั้งช่วยเหลือ เยียวยา และบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบต่างๆ ทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการทำมาหารายได้ ท่ามกลางวิกฤติสุขภาพร่วมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ที่กระจายตัวไปทั่วโลก

ถือเป็นภารกิจที่หนักหน่วงอย่างที่สุดที่เราได้ร่วมกันฝ่าฟัน ร่วมหาทางออก และร่วมเอาชนะวิกฤติการณ์นี้จนได้ในที่สุด ทั้งนี้ การทำงานของ ศบค.นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของความสำเร็จ ที่เกิดจากการทำงานอย่างบูรณาการกัน มีความประสานสอดคล้องกันในทุกระดับ และที่สำคัญที่สุด คือ ความมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ของทุกคนในชาติ จนประเทศไทยได้รับการยอมรับ ชื่นชม และได้รับเกียรติให้เป็นตัวอย่าง “ประเทศที่บริหารจัดการวิกฤตโควิดได้ดีที่สุด” ประเทศหนึ่งในโลก

ในนามรัฐบาล ผมขอขอบคุณและขอชื่นชม เพื่อนข้าราชการ บุคลากร เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร-อาสาสมัคร-อสม.-จิตอาสา ทุกคน ทุกระดับ และทุกภาคส่วน ที่ได้อุทิศตน ทุ่มเท เสียสละ และอดทน ทำงานเสี่ยงภัยด้วยสำนึกในหน้าที่ สำนึกเพื่อส่วนรวม ดูแลให้บริการพี่น้องประชาชน ตลอดจนปลุกพลังให้ทุกคนร่วมกันต่อสู้มหาวิกฤตนี้ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีว่า…ไม่ว่าวิกฤตินั้น จะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ไม่อาจเอาชนะ “พลังแห่งความสามัคคี” และความเสียสละอันยิ่งใหญ่ ที่อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนได้

ผมขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง ด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมทำงานกับทุกท่านภายใต้ ศบค. โดยในการแถลงครั้งแรกของ ศบค.เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วนั้น เราได้ประกาศชัดว่า “เราจะสู้ไปด้วยกัน” และ “เราจะชนะไปด้วยกัน” ซึ่งก็เป็นจริงแล้วในวันนี้ จากความร่วมมือของเราทุกคนครับ ขอบคุณครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค

“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.