19 พ.ย.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความสำเร็จของการจัดงานการประชุม APEC ดำเนินไปด้วยความงดงามน่าชื่นชมยิ่งนัก เป็นความจริงเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน หากใครตำหนิหรือด้อยค่างานนี้ ก็คงจะเกิดจากอคติที่มีต่อรัฐบาลและลุงตู่
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความเป็นผู้นำของลุงตู่และความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการ เอกชน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานในฝ่ายต่างๆ และประชาชนคนไทยที่รักชาติ
เริ่มต้นด้วยความพร้อมในทุกมิติ และการต้อนรับที่ให้เกียรติด้วยมิตรไมตรีแห่งยิ้มสยาม เป็นที่ประทับใจของแขกผู้มาเยือน การตกแต่งอาคาร สถานที่ต่างๆสะท้อนความเป็นไทยที่งดงาม
กิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นเป็นโอกาสของการนำเสนอ Soft Power ของไทยอย่างหลากหลาย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การนวด สมุนไพร มวยไทย การแสดง แหล่งท่องเที่ยว ความวิจิตรตระการตาของสายน้ำ
นับได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศที่ดีมากๆ เพราะเรามีผู้นำของประเทศต่างๆเป็น presenter ให้ และมีสื่อมวลชนเกือบทั่วโลกช่วยกันเผยแพร่
สิ่งที่เราได้จากการประชุมครั้งนี้ นอกจากการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศแล้ว เรายังได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเป็นหมื่นล้านอีกด้วย
ประเทศไทยจะกลายเป็น MICE City ที่ทั่วโลกจะนิยมมาจัดประชุม มาจัดกิจกรรมระดับนานาชาติที่ประเทศไทย สร้างรายได้มหาศาล
จะมีบทสรุป ประกาศ ข้อตกลงอีกมากมายที่จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกของ APEC ตามหลักการของสมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ
ไทยเรายังได้โอกาสในการเจรจาระดับทวิภาคีกับอีกหลายประเทศ ที่ทำให้เราได้รับประโยชน์ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
ลุงตู่ของเราฉายประกายอันเจิดจ้าในการเป็นประธานการประชุมครั้งนี้ ด้วยการแสดงวิสัยทัศน์เรื่อง BCG Model ที่เป็นแนวทางของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
คนไทยที่รักชาติภูมิใจและเป็นสุขกับการจัดประชุม APEC ของเราในครั้งนี้ แต่จะมีใครอกแตกตายหรือเปล่า ก็ไม่รู้นะ แสงของลุงตู่คงทำให้ตาพร่ามัวไปหมดแล้วสินะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค
“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ
'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

