'บิ๊กตู่' ห่วงตั้งรัฐบาลช้ากระทบโครงการใหม่ ปัดให้คำแนะนำ เห็นเก่งกันทุกคน

4 ส.ค.2566 - เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ( บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากลงพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยพล.อ.ประยุทธ์ ทักทายผู้สื่อข่าวทันทีว่า คิดถึงกันจังนะ มากันตั้งแต่เช้าเลย เมื่อถามว่าเราจะได้รัฐบาลช้าลงและต้องรักษาการต่อไปจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า โอ้ยไม่ตอบหรอก รัฐบาลไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าจะกระทบกระเทือนต่อเรื่องงบประมาณและการแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ทราบดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ซึ่งสื่อก็ถามมาตลอดและตนก็ตอบมาตลอด เชื่อว่าจะไม่มีกระทบอะไรหรอกมั้ง

เมื่อถามว่าเรื่องของเงินเดือนข้าราชการจะกระทบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีพอใช้พอจ่ายอยู่แล้ว เขามีเงินสำรองที่ใช้ได้ตามกฎหมายในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าไม่มีผลกระทบอะไรทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือว่าโครงการที่จะทำมันทำไม่ได้เมื่อเกิดความเดือดร้อนอะไรขึ้นมาก็มีปัญหานั่นแหละ เพราะมันใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างจำกัด ซึ่งทุกคนก็รู้อยู่แล้วใช่ไหม และอย่ามาถามว่านายกฯมีความเห็นอย่างไร จะได้อะไรอย่างไรเมื่อไหร่ ตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่นายกฯจะไปเกี่ยวข้องใช่หรือเปล่า

เมื่อถามว่าจะให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ เพราะยิ่งยืดระยะเวลาออกไปจะทำให้เกิดปัญหาในการบริหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่แนะนำ จะไปแนะนำใครเล่า เขาเก่งกันทุกคน" เมื่อถามว่าดูเหมือนจะต้องเป็นรัฐบาลรักษาการอีกนาน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ

เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เห็นต้องคุยอะไรนิ ไม่มีอะไร เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายสุชาติ บอกว่ามาช่วยงานพรรครวมไทยสร้างชาติเพราะมาช่วยงานนายกฯ และบอกด้วยว่าใจเป๋เมื่อนายกฯลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและวางมือทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบพร้อมเดินออกจากวงสัมภาษณ์

เมื่อถามอีกว่า นายกฯได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังมีข่าวว่าจะชิงนายกฯหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ เมื่อถามย้ำว่าเหนื่อยหรือไม่หากต้องรักษาการอีกนาน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบแต่ทำท่าแต่ยักไหล่ และขึ้นรถออกไปทันที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค

“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.