การขังนอกเรือนจำ ช่วยนช.ทักษิณจริงหรือ?

แฟ้มภาพ

23 ธ.ค.2566 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพทต์เฟซบุ๊กเรื่อง "การขังนอกเรือนจำ ช่วยคุณทักษิณจริงหรือ" โดยระบุว่านับแต่วันที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โหวตให้คุณเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี และคุณทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยมาวันนั้น ต่อมาก็ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็น่าจะจบลงไปได้ อีกทั้งคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เหลือก็แค่คุณทักษิณต้องติดคุกอีกไม่เกิน 1 ปี พรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณก็คือคนคนเดียวกัน แยกกันไม่ออก การที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำและพรรคอื่นๆสนับสนุนมันก็มีนัยยะทางการเมืองอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว เรื่องโทษของคุณทักษิณที่เหลืออยู่เพียง 1 ปีมันเป็นเรื่องเล็กมาก จะติดคุกอยู่ในเรือนจำหรือออกมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมันก็น่าจะมีค่าเท่ากัน อย่าคิดเป็นประเด็นทางการเมืองให้มากกันไปเลย การที่คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้ ขนาดยอมให้เขาเป็นรัฐบาลได้ แล้วจะไปคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปทำไม

ส่วนตัวผมพูดมานานแล้ว จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก ใครจะได้จะเสียอะไรไปบ้าง แต่บ้านเมืองเดินไปได้ด้วยดีแค่นี้ก็คุ้มแล้ว จะอะไรกันนักหนา ถ้าจะว่าไปแล้วก็เคยมีผู้หลักผู้ใหญ่คนร่ำคนรวยที่ติดคุกแล้วป่วย ออกมาอยู่ที่โรงพยาบาลกันตั้งหลายคน แต่ก็ไม่มีใครเอามาพูดกัน...

เรื่องระเบียบของกรมราชทัณฑ์ที่ให้เอาผู้ต้องขังไปขังที่อื่นนอกเรือนจำ เขาประกาศเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 66 ผมอ่านดูแล้วก็เป็นระเบียบที่ออกตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เป็นไปตามแนวมาตรฐานสากล เป็นการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังแต่ละประเภทให้เหมาะสม ทั้งลดความแออัดในเรือนจำและแก้ปัญหาอื่นๆ อีกมาก ซึ่งควรจะทำมานานแล้ว ทั่วโลกเขาก็ทำกัน กฎหมายก็เปิดช่องให้ทำ ผู้ต้องขังคนไหนที่เข้าหลักเกณฑ์ก็ควรจะได้สิทธิ์นี้ เหมือนเรื่องการติดกำไล EM ใครอยู่ในกฎในเกณฑ์ก็ติดได้โดยไม่ต้องเอาเขาไปติดคุก จะเป็นคุณทักษิณหรือเป็นใครที่อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์นี้ก็ควรจะให้สิทธิเขา แต่ถ้าระเบียบออกมาเพื่อคุณทักษิณโดยเฉพาะ อย่างนี้ผมว่าไม่ถูกต้อง แต่ถ้ามันเป็นระเบียบเพื่อผู้ต้องขังทุกคน ซึ่งใครที่ไหนและประเทศใดๆ เขาก็ทำกัน อย่างนี้แหละก็ควรทำ... อธิบดีกรมราชทัณฑ์และรมว.กระทรวงยุติธรรม เมื่อออกระเบียบมาแล้วก็ควรจะเดินต่อไปให้สุด เพื่อประโยชน์ของผู้ต้องขังก็รีบทำซะ อย่าชักเข้าชักออก อีหลักอีเหลื่ออยู่อย่างนี้ เมื่อมีหน้าที่รับผิดชอบแล้วก็ต้องทำไปให้เรียบร้อย ถ้ากลัวๆกล้าๆก็อย่ามาเป็นดีกว่า เข้าไปอยู่ในเรือนจำเถอะ...

กรณีของคุณทักษิณไม่ควรที่จะเป็นประเด็นและเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาของเรือนจำ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องกล้าพูดกล้าชี้แจง ตรงไปตรงมา อย่าหนีปัญหา กล้าเผชิญความจริง เพราะสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทำอยู่ทุกวันนี้มีแต่ทำให้คนในสังคมสงสัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง