
ข้อตกลงเดิมในการดีลให้กลับบ้านว่า มีข้อตกลงชัดเจนต้องการเลี้ยงหลาน แต่การเคลื่อนไหวทักษิณ แบบอิสระนั้น เป็นการกลับมาเลี้ยงแกะ เสียมากกว่า ซึ่งเป็นการประชดทางการเมืองของสังคมโซเชียลในขณะนี้
26 มี.ค.2567- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า ช่วงนี้การเมืองขยับแปลก ราวกับส่งสัญญาณวัดพลังกัน เริ่มจาก 30 สส.อีสานเพื่อไทยยกโขยงไปพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมทั้งทักษิณ ชินวัตร โชว์สุขภาพแข็งแรงไปตัดผมที่สีลมอย่างเริงร่า ไม่เท่านั้นวันที่ 10 เม.ย.ยังมีนัดตรงกันอีกทั้งเคาะดิจิทัลวอลเล็ต และฟังคำสั่งอัยการสูงสุดจะฟ้องคดี ม.112 หรือไม่
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา มีคนตาดีเห็น สส.อีสานพรรคเพื่อไทยประมาณ 30 คนไปพบ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่สนามกอล์ฟกองทัพบก โดยคนอยู่ในเหตุการณ์เห็นพฤติกรรมแปลกๆ นี้ เพราะการแต่งตัวของ สส.นั้น ไม่ได้ไปตีกอล์ฟ จึงสงสัยว่า มีเหตุอันใดกับการเมืองไทย
“หาก สส.ไม่ได้ไปจริงก็ปฏิเสธกันได้ว่า ไม่มีเรื่องเหล่านี้เลย เป็นเรื่องตาฝาด แต่คนที่เห็นได้ยืนยันกับผมเอง และผมได้เช็ดข่าวก็ตรงกัน ซึ่งแสดงว่า การเมืองเริ่มขยับกันแปลกๆ ยิ่งขึ้นแล้ว”
นอกจากนี้ นายจตุพร กล่าวถึงปรากฎการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 มี.ค.ว่า ช่วง 11 โมงเช้า ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ จะแถลงข่าวเกี่ยวกับเว็ปพนันออนไลน์และโยงไปถึงตำรวจที่ใกล้ชิด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ส่วนบ่ายจะเป็นปรากฎการณ์ของทักษิณ ชินวัตร ไปพบ สส.ที่พรรคเพื่อไทย
อีกอย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุถึงการนัดประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ในวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันที่อัยการสูงสุดนัดทักษิณ ฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ม.112 ดังนั้น การเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงเป็นความบังเอิญที่แปลกๆ ทางการเมืองอย่างยิ่ง
รวมทั้ง นายจตุพร เชื่อว่า หากปรากฎการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดีล ดังนั้น จึงรอดูสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไรกับการนัดทั้งสองกรณีที่บังเอิญมาอยู่ในวันเดียวกันคือวันที่ 10 เม.ย. ราวกับเป็นการวัดพลังกัน ดังนั้น ใครจะลงมือกันก่อน หรือจะเกิดการยื้อดีลกันอีกรอบ
นายจตุพร กล่าวว่า ยังต้องพิจารณาอำนาจของ สว.ที่หมดวาระในวันที่ 11 พ.ค. และระหว่างรอ สว.มาทำหน้าที่นั้น สว.ชุดเก่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ครบตามปกติหรือไม่ โดยเฉพาะการร่วมโหวตเลือกนายกฯ ด้วย ซึ่งสิ่งนี้คงมีการยื่นไปยังศาล รธน.ต้องวินิจฉัย
“ดังนั้น ถ้ายังมีการเบี้ยวดีลกันแล้ว สว.จึงมีเวลาประหัตประหารรัฐบาลไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนจนกว่า สว.ชุดใหม่จะมาทำหน้าที่ เพราะส่วนที่ดีลทางการเมือง ส่วนที่ได้ก็ได้ไปแล้ว แม้ทักษิณ มีรำพึงรำพันถึงสภาพจิตใจ กลับบ้านใช้เวลา 6 เดือน และต่างคนต่างอยู่นั้น คำเหล่านี้ทางการเมืองแล้ว อยู่ที่เครื่องรับฟังแตกต่างกัน ย่อมเข้าใจความหมายแตกต่างกันด้วย”
นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าดีลจะถูกการเบี้ยวนั้น คู่ที่ทำการดีลยังมีหลายแนวทางปฏิบัติกันอย่างทันด่วน ยิ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พูดถึงการแต่งตั้งผู้กำกับในพรรคเพื่อไทย ถ้า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลว่า เป็นความผิดแล้ว ย่อมถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน่้าที่นายกฯ ตั้งแต่ขั้นตอนของ ปปช.ด้วย รวมถึงเรื่องราวเมื่อครั้งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ชอบกฎหมายจะพรั่งพรูออกมายิ่งขึ้น
อีกทั้ง กล่าวว่า กำหนดการทักษิณ มาพรรคเพื่อไทยเมื่อ 26 มี.ค. และการไปตัดผมที่ร้านถนนสีลมเมื่อ 24 มี.ค. ด้วยอาการร่าเริง เดินเดี่ยวพบประชาชนมาขอถ่ายรูปด้วย โดยพฤติกรรมยิ้มร่า ไร้สภาพของคนนอนป่วยนานถึง 6 เดือน สิ่งนี้ล้วนเป็นการซ่อนอาการทางการเมืองไว้ และเป็นปรากฎการณ์ที่ต้องการสื่อสาร ส่งสัญญาณทั้งสิ้น
พร้อมกล่าวว่า การเคลื่อนไหวของทักษิณ หลังจากการพักโทษกลับมาอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า แล้วมีความอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระนั้นยังอยู่ภายใต้การควบคุมของคู่ดีลด้วยกัน ดังนั้น จึงเป็นอิสระที่ถูกควบคุมอยู่ หากเบี้ยวดีลวันไหนคงรอดจากถูกจัดการโดยทันทีไม่ได้อย่างแน่นอน
นายจตุพร กล่าวถึงข้อตกลงเดิมในการดีลให้กลับบ้านว่า มีข้อตกลงชัดเจนต้องการเลี้ยงหลาน แต่การเคลื่อนไหวทักษิณ แบบอิสระนั้น เป็นการกลับมาเลี้ยงแกะ (คนโกหกแบบเด็กเลี้ยงแกะ) เสียมากกว่า ซึ่งเป็นการประชดทางการเมืองของสังคมโซเชียลในขณะนี้
“ทักษิณไปตัดผม ด้วยอาการเริงร่า ไม่มีสภาพคนป่วยวิกฤตนอน รพ.ตำรวจมานาน 6 เดือนเลย ดังนั้น คนที่น่ากังวลกับอากรเช่นนี้มากที่สุดก็คือเจ้าหน้าที่ รพ.ตำรวจกับกรมราชทัณฑ์ คงหายใจไม่ทั่วท้อง ซึ่งน่าเห็นใจอย่างยิ่ง”
ส่วนศาล รธน.เปลี่ยนคำวินิจฉัยคำร้องยุบพรรคเพื่อไทยนั้น นายจตุพร กล่าวว่า มีอาการแปลกทางการเมืองเกิดขึ้น โดยศาล รธน. ให้เหตุผลคำร้องว่า นายชัยเกษม นิติสิริ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงต้องยกคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ดังนั้น ยังต้องติดตามปรากฎการณ์ยื่นยุบพรรคเพื่อไทยใหม่ ในกรณีใหม่เมื่อมีผู้ร้องต่อศาล รธน.
นายจตุพร กล่าวถึงการยุบพรรคก้าวไกลว่า ยังอยู่ที่ ศาล รธน.จะรับวินิฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นให้ยุบพรรคก้าวไกล หากศาลรับวินิจฉัยแล้ว ตามทำเนียมปฏิบัติจะสั่งให้กรรมการบริหารพรรคหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
อย่างไรก็ตาม แม้ก้าวไกลได้ตั้งพรรคใหม่ชื่อก้าวใหม่มารองรับการยุบพรรค แต่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ดังนั้น การต่อสู้ยังอยู่ยาวไกล ซึ่งการยุบพรรคคงไม่เกี่ยวกับการจับมือกับทักษิณ หรือตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะสิ่งที่เป็นกังวลและประเมินเช่นนั้น ยังห่างไกลกับความน่าจะเป็นจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กังขารัฐใช้อำนาจ กดดันสื่อหรือไม่ จี้ 'หมาแก่-ดนัย' พูดให้ชัดเจน สกัดโรคแทรกป่วน
'จตุพร' กังขารัฐใช้อำนาจกดดันสื่อหรือไม่ 'หมาแก่-ดนัย' เท่านั้นรู้ข้อเท็จจริง จี้ให้พูดกันตรงๆ สกัดพวกโรคแทรกป่วน เชื่อไม่มีรัฐบาลไนในโลกเอาฝ่ามือปิดแผ่นฟ้าได้
'จตุพร' ชี้ 'ภูเก็ต' ผลประโยชน์มหาศาล ผู้ว่าฯจิตไม่แข็งเสียคนได้ ถ้าลูบหน้าปะจมูกปัญหาไม่จบ
'จตุพร' มองย้าย ผู้ว่าฯ กับรองฯ ภูเก็ต ยกชุด เหตุไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ ปชช.ชี้ภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีผลประโยชน์มหาศาล ใครมาเป็นผู้ว่าฯ ต้องเจอปัญหากลุ่มทุนมาเฟียผู้มีอิทธิพล ถ้าจิตไม่แข็งพอก็เสียคน ถ้าลูบหน้าปะจมูกแก้ปัญหาไม่จบ
ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย
จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต
เสื้อแดงขอนแก่นชู ‘ทักษิณ’ ซูเปอร์ฮีโร่ ยอมเข้าคุกทั้งที่เจอความยุติธรรม 2 มาตรฐาน
คนเสื้อแดงขอนแก่น ชู "ทักษิณ" เป็นซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งที่รู้ว่าสองมาตรฐานแต่ก็รับโทษตามกฎหมายจนได้รับอิสรภาพ พร้อมระบุแม้เจ้าตัวจะไม่กลับคืนเวทีการเมืองแต่ก็เป็นนักรบที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เชื่อคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว.กรรมติดจรวดแน่
กรมคุมประพฤติ คอนเฟิร์ม 'ทักษิณ' ถอดกำไล EM พ้นโทษโดยสมบูรณ์
กรมคุมประพฤติ ยืนยัน "ทักษิณ" ถอดกำไล EM พ้นโทษเรียบร้อยแล้ว หลังศาลอาญาธนบุรีตรวจเอกสารรายชื่อผู้ได้รับอภัยโทษปล่อยตัวพ้นโทษจากการคุมประพฤติ รวม 22 ราย ขณะที่ไทม์ไลน์ทักษิณ ระบุ สิ้นเดือน มิ.ย.69 เตรียมบินดูไบ
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้

